Zeiss (Carl Zeiss Vision) คือหนึ่งในชื่อที่คนวงการออปติกทั่วโลกรู้จักดี เพราะเป็นบริษัทออปติกส์จากเยอรมนีที่บุกเบิกเทคโนโลยี Freeform ของตัวเองมาโดยตลอด ไม่ได้พึ่งพาเทคโนโลยีจากแบรนด์อื่น และปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดเลนส์แว่นตาระดับโลกคู่กับ Essilor ครับ สำหรับลูกค้าที่ใช้ชีวิตติดหน้าจอ ทั้งคอมพิวเตอร์ มือถือ และแท็บเล็ตแทบทั้งวัน Zeiss มีเลนส์โปรเกรสซีฟตระกูล SmartLife ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับไลฟ์สไตล์แบบนี้โดยเฉพาะครับ
"SmartLife ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับคนที่มองแค่ไกล-กลาง-ใกล้แบบเดิม แต่ออกแบบมาสำหรับคนที่ก้มมองมือถือ เงยมองจอคอม และหันซ้ายขวาตลอดทั้งวัน"

SmartLife คืออะไร ทำไมถึงเหมาะกับคนยุคดิจิทัล
SmartLife คือ portfolio เลนส์โปรเกรสซีฟของ Zeiss ที่ออกแบบมาสำหรับไลฟ์สไตล์คนยุคดิจิทัลที่ใช้สายตากับหน้าจอและมือถือบ่อยครับ จุดเด่นของ SmartLife คือดีไซน์แบบ hybrid ที่ balance ระหว่างโซนคมชัดกับโซนเบลอให้เปลี่ยนผ่านนุ่มนวลและปรับตัวไว โดยเบื้องหลังใช้เทคโนโลยีที่ Zeiss เรียกว่า SmartView 2.0 ซึ่งคำนวณจาก 3D object-space-model ร่วมกับพฤติกรรมการมองแบบไดนามิก เช่น การก้มมองต่ำ เงยมองสูง และหันไปมองจอมือถือ ทำให้ขอบเลนส์ที่เคยเบลอในเลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไป ลดความเบลอลงได้มากขึ้นครับ
ฟีดแบ็กจากวงการทัศนมาตรต่างประเทศ
นอกจากข้อมูลทางเทคนิคที่ Zeiss เผยแพร่เอง ฝั่งทัศนมาตรต่างประเทศก็มีฟีดแบ็กเกี่ยวกับเลนส์กลุ่ม SmartLife ที่ Optical X จำหน่ายจริงเช่นกัน โดยสรุปเป็นภาพรวมได้ดังนี้ครับ สำหรับ SmartLife Individual ซึ่งเป็นรุ่น Flagship ความเห็นในวงการทัศนมาตรสากลชี้ตรงกันว่าคุณภาพของโซนมองไกลกว้างและคมชัดเป็นจุดแข็งที่ชัดเจนที่สุดของรุ่นนี้ และมีการอ้างอิงถึงข้อมูลอัตราการคืนหรือเปลี่ยนเลนส์ (return rate) ที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับเลนส์ semi-finished ทั่วไป ซึ่งสะท้อนว่าความพึงพอใจของคนไข้หลังฟิตติ้งอยู่ในระดับสูงครับ ส่วน SmartLife Pure ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้น ฟีดแบ็กจากวงการทัศนมาตรต่างประเทศส่วนใหญ่พอใจกับประสิทธิภาพในราคาที่จับต้องได้ แต่ก็มีบางเคสสังเกตว่าขอบโซนมองไกลเบลอเล็กน้อย ซึ่งคาดว่ามาจากลักษณะ power profile ที่เพิ่มค่าสายตาเร็วกว่ารุ่นอื่นในไลน์อัพครับ
ในภาพกว้างของตลาด ความเห็นในวงการทัศนมาตรสากลมักเปรียบเทียบว่า Zeiss มีจุดแข็งเรื่องความคมชัดระยะไกลและความแม่นยำของ optical design ส่วนแบรนด์อื่นอาจมีจุดเด่นด้านราคาหรือความกว้างของโซนกลางแตกต่างกันไป — สิ่งที่หลายฝ่ายย้ำตรงกันคือความต่างระหว่างแบรนด์ระดับนี้เล็กกว่าความสำคัญของการฟิตติ้งที่แม่นยำโดยทัศนมาตรผู้เชี่ยวชาญครับ
SmartLife 4 รุ่นที่ Optical X จำหน่าย
ปัจจุบัน Optical X จำหน่ายเลนส์โปรเกรสซีฟ Zeiss ตระกูล SmartLife ทั้งหมด 4 รุ่น ไล่ระดับตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นไปถึง Flagship ตารางด้านล่างเป็นโครงร่างเปรียบเทียบรุ่น (ยังไม่ระบุราคา กรุณาสอบถามราคาล่าสุดที่ร้าน)
| รุ่น | 1.50 | 1.60 | 1.67 | 1.74 |
|---|---|---|---|---|
| SmartLife Pure | — | — | — | — |
| SmartLife Plus | — | — | — | — |
| SmartLife Superb | — | — | — | — |
| SmartLife Individual | — | — | — | — |
กรุณาสอบถามราคาล่าสุดที่ร้าน
SmartLife Individual
เป็นตัวท็อปสุดของตระกูล SmartLife ครับ ใช้ optical design engine และเทคโนโลยี freeform ที่จดสิทธิบัตรเฉพาะของ Zeiss เอง ดีไซน์เป็นทรง T ที่เน้นความคมชัดระยะไกลกว้างทั่วเลนส์ ถือเป็นหนึ่งในรุ่นที่ให้โซนมองไกลกว้างที่สุดในไลน์อัพของ Zeiss เอง Corridor สามารถปรับความยาวได้ตามความสูงฟิตติ้งจริง (ต่ำสุด 13mm) และมีให้เลือก 3 เวอร์ชันย่อยคือ Balanced, Intermediate และ Near รวมถึงมีตัวเลือก Individual 2N (Near) ที่ Corridor สั้นกว่ามาตรฐานสำหรับผู้ที่เน้นมองใกล้เป็นพิเศษ
- ใช้เทคโนโลยี Intelligence Augmented Design (IAD) ปรับโครงสร้างเลนส์ตามพฤติกรรมการมองเฉพาะบุคคล
- เหมาะกับผู้ที่ต้องการเลนส์ปรับแต่งเฉพาะบุคคลสูงสุด ไม่ต้องกังวลเรื่องความคมชัดทุกโซน
SmartLife Superb
เป็นรุ่นที่มี FaceFit Technology ในเวอร์ชัน Precision Superb ที่คำนวณโครงสร้างเลนส์ตามโครงสร้างใบหน้าจริงของคนไข้ ทั้งมุมมองผ่านกรอบและตำแหน่งของกรอบบนจมูกและหู ทำให้เลนส์เข้ากับใบหน้าแต่ละคนได้แม่นยำขึ้นครับ Superb แนะนำเป็นพิเศษสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มใส่โปรเกรสซีฟครั้งแรกที่มีค่า Add ประมาณ +1.50 ถึง +1.75D เพราะช่วยขยายโซนมองใกล้และลดระยะเวลาปรับตัวลงได้ครับ
- เหมาะกับผู้ที่ใส่โปรเกรสซีฟครั้งแรก และมีค่า Add ไม่สูงมาก
- ช่วยให้กระบวนการปรับตัวสั้นลงกว่ารุ่นมาตรฐานทั่วไป
SmartLife Plus
เป็นรุ่นที่ทางร้าน Optical X แนะนำและขายดีที่สุดในตระกูล SmartLife ครับ เพราะราคาอยู่ในระดับกลางๆ ไม่สูงจนเกินไป แต่ยังคงคุณสมบัติของกลุ่มเลนส์ระดับบน คือมี Corridor แบบปรับความยาวได้ (variable corridor) เหมือน Individual และ Superb ทำให้ยังคงปรับแต่งตามความสูงฟิตติ้งจริงได้ในระดับที่มั่นใจได้ ตัดครั้งแรกก็สบายใจได้เลย เพราะคุณภาพไว้ใจได้และราคาจับต้องได้จริง
- มี Corridor แบบปรับความยาวได้เหมือนรุ่นบน คุณภาพไว้ใจได้
- ราคาอยู่กลางๆ ไม่สูงเกินไป คุ้มค่าที่สุดในไลน์อัพ SmartLife
- เหมาะกับผู้ที่ต้องการเลนส์คุณภาพดี ตัดสินใจง่าย ไม่ต้องเทียบเยอะ

SmartLife Pure
เป็นรุ่นเริ่มต้นของตระกูล SmartLife ครับ ออกแบบด้วยค่าพารามิเตอร์เฉลี่ยมาตรฐาน (VTX 12, Panto 9, Wrap 6.5) ไม่ใช่แบบ variable corridor เหมือน 3 รุ่นข้างต้น และมี power profile ที่เพิ่มค่าสายตาเร็วกว่ารุ่นอื่นในไลน์อัพ เหมาะกับผู้ที่มีค่าสายตาประมาณ +/-2D และค่า Astigmatism ต่ำกว่า 1D ที่เพิ่งเริ่มรู้สึกว่าต้องการตัวช่วยในการอ่านหนังสือครับ
- เหมาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มมีสายตายาวตามอายุ และมีค่า Add ไม่เกิน +1.50D
- ถ้าค่า Add เกิน +1.50D แนะนำให้อัพเกรดเป็น Plus หรือ Superb แทน
- ถ้าค่าสายตาสูงกว่านี้ เช่น +/-4.5D ควรพิจารณารุ่นที่สูงกว่า
ข้อควรรู้ก่อนเลือกรุ่น Pure: เนื่องจาก SmartLife Pure ออกแบบด้วยพารามิเตอร์มาตรฐานคงที่ ไม่ได้ปรับตาม Corridor แบบ variable เหมือนรุ่นบน ถ้าค่าสายตาสูงกว่า +/-2D หรือมี Astigmatism มากกว่า 1D อาจเจอความเบลอที่ขอบเลนส์มากขึ้น โดยเฉพาะถ้ากรอบแว่นที่เลือกไม่ตรงตามพารามิเตอร์มาตรฐานของเลนส์ ทางร้านแนะนำให้ปรึกษาทัศนมาตรก่อนตัดสินใจเลือกรุ่นเสมอครับ
สิบบทความก็ไม่สู้มาทดลองด้วยตัวเอง
ต่อให้อ่านรีวิวมากี่บทความ ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าสมองและดวงตาของแต่ละคนจะปรับตัวกับเลนส์รุ่นไหนได้ดีที่สุด เพราะการมองผ่านเลนส์โปรเกรสซีฟเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลจริงๆ ครับ
คำถามที่พบบ่อย
Zeiss SmartLife คืออะไร ต่างจากเลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไปอย่างไร?+
มือใหม่ใส่โปรเกรสซีฟครั้งแรก ควรเลือกรุ่นไหนของ Zeiss SmartLife?+
รุ่นไหนของ Zeiss SmartLife ที่ Optical X แนะนำมากที่สุด?+
โปรแกรมทดลองเลนส์โปรเกรสซีฟ Zeiss SmartLife ก่อนซื้อ มีจริงไหม?+
อยากลองก่อนตัดสินใจ? แวะมาที่ร้านได้เลย
ทดลองเลนส์โปรเกรสซีฟ Zeiss SmartLife ของจริง พร้อมตรวจวัดสายตาโดยทัศนมาตรผู้เชี่ยวชาญ
ที่ Riverside Plaza ชั้น 2 กรุงเทพฯ เปิดทุกวัน 11:00–20:00

