วันนี้ขอมาพูดถึงเลนส์ตัวหนึ่งที่จากประสบการณ์ของร้านเรา ยังไม่เจอเลนส์ Stock ตัวไหนที่บางไปกว่านี้อีกได้ — TOKAI 1.76 Bi-As ดัชนีหักเหแสงสูงถึง 1.76 แม้เทคโนโลยีนี้จะออกสู่ตลาดมากว่า 20 ปีแล้ว แต่ก็ยังเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ร้านแนะนำเวลาลูกค้ามีสายตาสูงและกังวลเรื่องความหนาของเลนส์

รู้จัก TOKAI ผู้ผลิตเลนส์สัญชาติญี่ปุ่น
TOKAI Optical เป็นผู้ผลิตเลนส์สายตาสัญชาติญี่ปุ่นที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเลนส์ High-Index (เลนส์บาง) และเทคโนโลยี Aspheric มายาวนาน เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่วงการทัศนมาตรและร้านแว่นทั่วโลกให้การยอมรับในเรื่องคุณภาพการผลิตและความแม่นยำของค่าสายตา โดยเฉพาะในกลุ่มเลนส์ดัชนีหักเหแสงสูงที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์และการเจียรเลนส์ระดับสูง TOKAI เป็นเจ้าแรกในโลกที่ทำดัชนีหักเห 1.76 สำเร็จ ซึ่งยังคงเป็นดัชนีสูงที่สุดของเลนส์พลาสติกในตลาดจนถึงทุกวันนี้

"แม้จะออกมามากกว่า 20 ปีแล้ว TOKAI 1.76 Bi-As แต่จากที่ร้านเราเคยใช้งานมา ยังไม่เจอเลนส์ Stock ตัวไหนที่บางไปกว่านี้อีก"
เคสจริง: แกนที่เอียงมากที่สุดเพิ่มขึ้นถึง -225
ลูกค้าท่านนี้สายตาสั้นเพิ่มขึ้นจาก -575 เป็นสายตาสั้น -700 เอียง -100 หมายความว่าแกนที่เอียงมากที่สุดของเลนส์จะมีค่าสายตาเทียบเท่ากับ -800 ได้เลย เท่ากับว่าแกนนี้เพิ่มขึ้นจากค่าเดิมถึง -225 ในครั้งเดียว (ส่วนอีกแกนหนึ่งเพิ่มขึ้น -125) ซึ่งเป็นสายตาระดับสูงที่เลนส์ดัชนีหักเหแสงทั่วไป (1.56–1.60) จะให้ความหนาที่มากพอสมควรทั้งตรงกลางและขอบเลนส์

ผลลัพธ์: ประกอบเสร็จแล้วเลนส์แทบไม่ล้น
เมื่อเลนส์ประกอบออกมาแล้ว เข้ากับกรอบพลาสติกที่ลูกค้าเลือก เลนส์บางล้นออกมาเพียงนิดเดียวเท่านั้น ต้องตั้งใจมองใกล้ๆ เท่านั้นถึงจะเห็นขอบเลนส์ที่ล้นออกมาจากกรอบ และพอซูมภาพออกไปไกลๆ แทบมองไม่เห็นเลนส์ที่ล้นออกมาเลย — สำหรับสายตาระดับ -700 ถึง -800 นี่คือผลลัพธ์ที่หลายคนคาดไม่ถึง

Bi-Aspheric (Double Aspheric) คืออะไร ทำไมถึงบางกว่า
ตระกูล Bi-As หรือ Double Aspheric เป็นเทคโนโลยีการออกแบบผิวเลนส์ให้บางลงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ของเลนส์พร้อมกัน ต่างจากเลนส์ทรงกลมทั่วไปที่โค้งด้านเดียว การออกแบบแบบ Double Aspheric ช่วยบีบอัดความหนาของเลนส์ให้ลดลงได้มากกว่า จึงทำให้เลนส์ TOKAI 1.76 Bi-As ยังคงความบางเป็นอันดับต้นๆ ในกลุ่มเลนส์ Stock แม้จะผ่านมาแล้วกว่า 20 ปี
แต่เราขอพูดความจริง — เพราะเลนส์ TOKAI 1.76 Bi-As ตัวนี้เป็น เลนส์ Stock คือผลิตสำเร็จรูปมาก่อน ไม่ได้ปรับแต่งตามกรอบและตำแหน่งใส่จริงของแต่ละคน (เช่น มุมเอียงกรอบ ระยะห่างจากตา) ความคมชัดจึงอยู่ที่บริเวณกลางเลนส์เป็นหลัก ช่วงแรกที่เปลี่ยนมาใช้เลนส์ตัวนี้ ภาพด้านข้างอาจเบลอเล็กน้อย แต่เมื่อปรับตัวไปสัก 2-3 สัปดาห์ สมองจะเริ่มปรับภาพได้ ภาพด้านข้างจะเบลอน้อยลงเรื่อยๆ (ทั้งนี้เทคโนโลยี Bi-Aspheric เองช่วยลดความเพี้ยนของภาพขอบเลนส์ได้ดีกว่าเลนส์ทรงกลมทั่วไปอยู่แล้ว เพียงแต่ยังสู้เลนส์ที่ทำเฉพาะกรอบอย่าง Freeform ไม่ได้)

ทางเลือกที่คมชัดกว่า: Single Vision Freeform
กลับกัน ถ้าอยากให้ภาพด้านข้างเบลอน้อยลงกว่านี้ จะต้องใช้เทคโนโลยี Single Vision Freeform ซึ่งเป็นการหล่อเลนส์เฉพาะสายตาและเฉพาะกรอบตัวนั้นๆ โดยร้านจะต้องส่งสเปกกรอบและจุดฟิตติ้งไปให้โรงงานผลิต เพื่อออกแบบเลนส์ให้เหมาะกับกรอบที่ลูกค้าเลือกโดยเฉพาะ เมื่อเลนส์ประกอบออกมาแล้ว เลนส์จะถูก Optimize ได้สูงสุดบนกรอบนั้น ส่งผลให้ได้พื้นที่มองเห็นชัดกว้างกว่าเลนส์ Stock ทั่วไป — แต่ข้อเสียคือราคาจะแพงกว่ากัน 2-3 เท่า
| รายการ | TOKAI 1.76 Bi-As (Stock) | Single Vision Freeform |
|---|---|---|
| ความบาง | บางที่สุดเท่าที่ร้านเราเคยใช้งานในกลุ่ม Stock | ขึ้นกับดัชนีหักเหที่เลือก |
| พื้นที่มองเห็นชัด | ชัดกลางเป็นหลัก ขอบเบลอช่วงแรก | Optimize เฉพาะกรอบ ชัดกว้างกว่า |
| ระยะเวลาปรับตัว | ประมาณ 2-3 สัปดาห์ | สั้นกว่า เพราะออกแบบเฉพาะกรอบ |
| ราคา | เป็นมาตรฐาน | แพงกว่าประมาณ 2-3 เท่า |
สรุป
สุดท้ายลูกค้าท่านนี้พึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้มาก เพราะเลนส์ไม่ได้หนาอย่างที่คิดไว้ก่อนตัดแว่น แม้จะมีภาพเบลอด้านข้างอยู่บ้างในช่วงแรก แต่ก็เบลอน้อยลงเรื่อยๆ ตามลำดับ เนื่องจากสมองเริ่มปรับภาพได้แล้ว สำหรับใครที่มีสายตาสั้นหรือเอียงสูงและกังวลเรื่องความหนาของเลนส์ TOKAI 1.76 Bi-As ยังคงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในกลุ่มเลนส์ Stock จนถึงทุกวันนี้
คำถามที่พบบ่อย
อ้างอิง: TOKAI Optical, Lens Materials (Official) | เนื้อหาเรียบเรียงโดย Optical X Vision Care Center
อยากรู้ว่าสายตาคุณเหมาะกับเลนส์ดัชนีไหน?
ปรึกษาทีมงานและช่างแว่นที่ Optical X Vision Care Center
ตรวจวัดสายตาโดยผู้เชี่ยวชาญ Riverside Plaza ชั้น 2 กรุงเทพฯ เปิดทุกวัน 11:00–20:00

