ทุกครั้งที่เดินเข้าร้านแว่น เรามักได้ยินศัพท์เทคนิคเยอะมากในเวลาสั้นๆ — Index เท่าไหร่ดี, เอา Photochromic ไหม, จะย้อมสีกี่เปอร์เซ็นต์, ตัดแสงสีฟ้าไหม — จนหลายคนตัดสินใจแบบไม่เข้าใจจริงๆ ว่ากำลังเลือกอะไรอยู่ บทความนี้รวมคำศัพท์ที่เจอบ่อยที่สุดมาอธิบายแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณเดินเข้าร้านครั้งหน้าอย่างมั่นใจขึ้น

"รู้ศัพท์ก่อนไปร้าน ไม่ได้แปลว่าต้องเก่งเท่าช่างแว่น แต่แปลว่าคุณจะถามคำถามถูก และเข้าใจสิ่งที่กำลังจ่ายเงินซื้อ"

ใครวัดสายตาให้เรา — จักษุแพทย์ / นักทัศนมาตร / Optician

ก่อนพูดถึงเลนส์และกรอบ ควรรู้จักบทบาท 3 อาชีพที่เกี่ยวข้องกับสายตาก่อน เพราะแต่ละคนทำหน้าที่ต่างกัน

  • 1
    จักษุแพทย์ (Ophthalmologist) — แพทย์เฉพาะทางด้านตา วินิจฉัยและรักษาโรคตา ผ่าตัดได้ เช่น ต้อกระจก ต้อหิน จอประสาทตา
  • 2
    นักทัศนมาตร (Optometrist) — ผู้เชี่ยวชาญตรวจวัดค่าสายตาและการมองเห็น ออกใบค่าสายตาที่แม่นยำ ตรวจสุขภาพตาเบื้องต้น แต่ไม่ผ่าตัด
  • 3
    Optician (ช่างแว่น/ผู้เชี่ยวชาญด้านเลนส์) — ผู้เชี่ยวชาญด้านเลนส์และกรอบแว่น นำใบค่าสายตามาแนะนำเลนส์ที่เหมาะสม ตัดและประกอบแว่นให้ตรงค่า

ถ้าอยากรู้รายละเอียดเชิงลึกว่าแต่ละคนต่างกันอย่างไร และควรไปหาใครก่อน อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ จักษุแพทย์ · ทัศนมาตร · ช่างแว่น ไปหาใครเมื่อไหร่?

เปรียบเทียบความหนาขอบเลนส์ตาม Index ต่างกัน
ยิ่ง Index สูง ขอบเลนส์ยิ่งบางลง โดยเฉพาะกับคนสายตาสั้น/ยาวมาก

เลนส์บาง (Index) คืออะไร — 1.56 / 1.60 / 1.67 / 1.74

"Index" คือค่าดัชนีหักเหแสงของวัสดุเลนส์ ยิ่งตัวเลขสูง เลนส์ยิ่งบางลงเมื่อค่าสายตาเท่ากัน เพราะวัสดุ Index สูงหักเหแสงได้มากกว่า จึงใช้เนื้อเลนส์น้อยกว่าในการแก้ค่าสายตาเดียวกัน คนสายตาสั้น/ยาว/เอียงมากจะเห็นความต่างของความหนาชัดเจนเมื่อเลือก Index สูงขึ้น

Index ลักษณะ เหมาะกับสายตา
1.56 มาตรฐานทั่วไป ราคาย่อมเยา สายตาน้อยกว่า -2.00 ถึง -3.00
1.60 บางลงกว่ามาตรฐาน น้ำหนักเบาขึ้น ประมาณ -3.00 ถึง -5.00
1.67 บางและเบา เหมาะกรอบไรกรอบ/เจาะ ประมาณ -5.00 ถึง -8.00
1.74 บางที่สุดในกลุ่มที่ใช้กันทั่วไป ราคาสูงสุด มากกว่า -8.00 หรือค่าสายตาสูงมาก
⚠️

ค่าที่แนะนำในตารางเป็นแนวทางกว้างๆ เท่านั้น การเลือก Index ที่เหมาะสมจริงควรดูค่าสายตาที่วัดได้จริง ขนาดกรอบที่เลือก และงบประมาณประกอบกัน ควรปรึกษา Optician ที่ร้านก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

Photochromic คืออะไร (เลนส์ปรับสีตามแสง)

Photochromic คือเทคโนโลยีเลนส์ที่เปลี่ยนสีเข้มขึ้นเมื่อโดนแสง UV และจางลงเมื่อกลับเข้าที่ร่ม ช่วยให้ใช้แว่นตัวเดียวได้ทั้งในร่มและกลางแจ้งโดยไม่ต้องเปลี่ยนเป็นแว่นกันแดด

เทคโนโลยี Photochromic ถูกคิดค้นครั้งแรกในเลนส์แก้วโดยบริษัท Corning ช่วงทศวรรษ 1960s ส่วน Transitions คือบริษัท (Transitions Optical) ที่บุกเบิกจนทำให้ Photochromic แบบพลาสติกโด่งดังไปทั่วโลกตั้งแต่ปี 1990 และปัจจุบันเป็นบริษัทในเครือ Essilor เต็มตัว เลนส์จากหลายค่ายจึงใช้เทคโนโลยี Photochromic ภายใต้แบรนด์ Transitions เช่น Nikon และ Tokai ก็มีรุ่นที่ใช้ Transitions ส่วนบางค่ายเลือกพัฒนาเทคโนโลยี Photochromic ของตัวเองแยกต่างหาก เช่น Carl Zeiss (เยอรมนี) ใช้เทคโนโลยีของตัวเองชื่อ PhotoFusion X และ Hoya ใช้เทคโนโลยีของตัวเองชื่อ Sensity หลักการทำงานพื้นฐานคล้ายกันคือใช้สารที่ไวต่อแสง UV แต่ความเร็วในการเปลี่ยนสี ความเข้มสูงสุด และการตอบสนองในรถยนต์ (ที่กรองแสง UV ผ่านกระจกหน้ารถ) อาจแตกต่างกันไปตามเทคโนโลยีและยี่ห้อ

รูปแบบกรอบแว่น 3 แบบที่ควรรู้จัก

ทรงกรอบส่งผลต่อทั้งน้ำหนัก ความทนทาน และรูปลักษณ์ของแว่น แบ่งหลักๆ ได้ 3 แบบ

ประเภทกรอบ ลักษณะ ข้อควรรู้
กรอบเต็ม (Full Rim) ขอบกรอบล้อมรอบเลนส์ทั้งวง แข็งแรงที่สุด รองรับเลนส์ได้หลายแบบ เหมาะกับสายตาสูง
เซาะร่อง (กรอบเปลือยด้านล่าง / Nylon) มีขอบกรอบด้านบน ด้านล่างใช้เอ็นไนลอนร้อยผ่านร่องที่เซาะไว้ในเนื้อเลนส์ เบา ดูโปร่ง แต่เลนส์ต้องมีความหนาพอสมควรเพื่อเซาะร่องได้ ไม่เหมาะกับเลนส์บางมากๆ
กรอบเจาะ / ไรกรอบ (Rimless) ไม่มีขอบกรอบเลย ยึดด้วยสกรูเจาะเข้าเนื้อเลนส์โดยตรง เบาที่สุด ดูมินิมอล แต่เลนส์ต้องมีความแข็งแรงและหนาพอที่จะรับแรงจากจุดเจาะ

ย้อมสีเลนส์ — ย้อมเต็มสี vs ย้อมไล่สี

การย้อมสีเลนส์ทำได้ 2 รูปแบบหลัก คือ ย้อมเต็ม (Solid Tint) ที่สีเข้มเท่ากันทั้งแผ่น และ ย้อมไล่สี (Gradient Tint) ที่ไล่จากเข้มด้านบนไปจางที่ด้านล่าง เหมาะกับการมองผ่านด้านล่างเลนส์ในที่แสงจ้าโดยยังมองเห็นชัดเวลามองใกล้ (เช่น อ่านหน้าจอมือถือ) ส่วนตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่มักเจอ เช่น 25% / 50% / 75% / 100% หมายถึงปริมาณแสงที่มองเห็นได้ (visible light) ที่เลนส์ปิดกั้นไว้ — ยิ่งเปอร์เซ็นต์สูง เลนส์ยิ่งเข้มและกันแสงจ้าได้มากขึ้น

⚠️

เปอร์เซ็นต์ย้อมสีบอกแค่ "ความเข้มของสี" ที่กันแสงจ้าเท่านั้น ไม่ได้แปลว่าเลนส์นั้นกัน UV ได้ด้วย เลนส์ย้อมสีทุกแผ่นควรมีสารเคลือบหรือวัสดุที่กัน UV แยกต่างหากอยู่ในตัวเลนส์ ไม่ใช่ทุกเลนส์ย้อมสีจะกัน UV ให้อัตโนมัติ จึงควรถาม Optician ให้ชัดว่าเลนส์ที่เลือกมีคุณสมบัติกัน UV ครบหรือไม่ โดยเฉพาะเลนส์ย้อมสีเข้มที่ทำให้รูม่านตาขยายและรับ UV เข้าได้มากขึ้นหากเลนส์ไม่มีการกัน UV ที่ดีพอ

ตัดแสงสีฟ้า (Blue Cut) คืออะไร จำเป็นแค่ไหน

Blue Cut หรือเลนส์ตัดแสงสีฟ้า คือสารเคลือบหรือสารผสมในเนื้อเลนส์ที่ช่วยกรองแสงสีฟ้าช่วงคลื่นบางส่วนจากหน้าจอและหลอดไฟ LED ช่วยลดความระคายเคืองตาเมื่อจ้องจอเป็นเวลานาน แต่ไม่ใช่ยาครอบจักรวาลที่แก้อาการตาล้าได้ทั้งหมด — สาเหตุหลักของตาล้ามักมาจากการจ้องจอต่อเนื่องโดยไม่พักสายตามากกว่า ดังนั้น Blue Cut จึงเหมาะเป็น "ตัวเสริม" ที่ใช้ร่วมกับพฤติกรรมพักสายตาที่ดี ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้สายตาแต่ละคน

✦ ✦ ✦

อ่านใบค่าสายตาให้เป็น

เวลาได้ใบค่าสายตามา มักมีตัวย่อเหล่านี้ ซึ่งแต่ละตัวมีความหมายเฉพาะ

ตัวย่อ ชื่อเต็ม ความหมาย ตัวอย่าง
SPH Sphere ค่าสายตาสั้น (ติดลบ) หรือยาว (บวก) -2.00 = สายตาสั้น 200 (พูดแบบไทยว่า "สั้น 200") ส่วน +1.50 = สายตายาว 150
CYL Cylinder ค่าสายตาเอียง -0.75 = สายตาเอียง 75 (ยิ่งตัวเลขมาก ยิ่งเอียงมาก)
AXIS Axis แกนองศาของสายตาเอียง (0-180 องศา) ต้องระบุคู่กับ CYL เสมอ AXIS 90 = แกนเอียงอยู่ที่องศา 90 (แนวตั้ง)
ADD Addition ค่าเพิ่มสำหรับมองใกล้ ใช้ในเลนส์สายตายาวตามอายุ (Presbyopia) และเลนส์โปรเกรสซีฟ ADD +2.00 = ต้องเพิ่มกำลังเลนส์อีก 200 เวลามองใกล้
PD Pupillary Distance ระยะห่างระหว่างรูม่านตาทั้งสองข้าง ใช้กำหนดตำแหน่งศูนย์กลางเลนส์ PD 62 = ระยะห่างรูม่านตา 62 มิลลิเมตร
FH Fitting Height ความสูงจุดวัดจากขอบล่างกรอบถึงกึ่งกลางรูม่านตา สำคัญมากสำหรับเลนส์โปรเกรสซีฟ FH 18 = จุดกึ่งกลางรูม่านตาอยู่สูงจากขอบล่างกรอบ 18 มิลลิเมตร
VA Visual Acuity ความคมชัดในการมองเห็น มักรายงานเป็น 6/6, 6/9 เทียบกับสายตาปกติ VA 6/6 = มองเห็นชัดเทียบเท่าสายตาปกติที่ระยะ 6 เมตร

คำถามที่พบบ่อย

Q: Index สูงกว่าดีกว่าเสมอไหม? +
ไม่เสมอไปค่ะ Index สูงช่วยให้เลนส์บางและเบาขึ้น แต่ราคาก็สูงตามไปด้วย ถ้าค่าสายตาไม่มาก การใช้ Index สูงเกินความจำเป็นอาจไม่ได้ให้ผลต่างที่เห็นชัดเมื่อเทียบกับราคาที่จ่ายเพิ่ม ควรเลือกตามค่าสายตาจริงและงบประมาณ ไม่ใช่เลือกตัวเลขสูงสุดเสมอไป
Q: เลนส์ Photochromic ใช้แทนแว่นกันแดดได้เลยไหม? +
ใช้แทนได้ในหลายสถานการณ์ค่ะ แต่ควรรู้ว่า Photochromic ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนสีเข้มได้ไม่เต็มที่เมื่ออยู่ในรถยนต์ เพราะกระจกรถกรองแสง UV ไปมากแล้ว หากขับรถบ่อยและต้องการกันแสงจ้าเต็มที่ระหว่างขับ อาจต้องพิจารณาแว่นกันแดดแยกต่างหากประกอบด้วย
Q: FH กับ PD สำคัญแค่ไหน ทำไมต้องวัดให้แม่น? +
สำคัญมากค่ะ โดยเฉพาะกับเลนส์โปรเกรสซีฟ เพราะค่า PD และ FH ที่คลาดเคลื่อนแม้เพียงเล็กน้อยจะทำให้ศูนย์กลางการมองไม่ตรงกับรูม่านตา ส่งผลให้มองเบลอ ปวดหัว หรือเวียนหัวได้ทั้งที่ค่าสายตา (SPH/CYL) ถูกต้องแล้ว การวัดค่าเหล่านี้จึงควรทำโดย Optician ที่มีเครื่องมือและความชำนาญ ไม่ใช่ประมาณเอาเอง