ขอออกตัวไว้ก่อนว่านี่ไม่ใช่งานวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ที่ควบคุมตัวแปรอย่างเข้มงวด แต่เป็นการเล่าประสบการณ์จริงของลูกค้ารายหนึ่งของ Evershine Optical สิงคโปร์ ผู้ที่คุ้นเคยกับเลนส์โปรเกรสซีฟระดับสูงสุดของ Zeiss อย่าง Zeiss Individual 2 มานาน แล้วอยากรู้ว่าเลนส์ระดับสูงสุดของอีกแบรนด์อย่าง Seiko Superior P1 จะให้ความรู้สึกต่างกันแค่ไหน

ผลที่ออกมาคือลูกค้าประทับใจ Seiko Superior P1 ไม่น้อย ความบิดเบี้ยวรอบขอบ (Peripheral Distortion) ทั้งในโซนมองไกลและมองใกล้ถูกควบคุมไว้ได้ดี แม้จะปรับเพิ่มค่ากำลังมองใกล้ (Reading Add) ขึ้นจากเดิมก็ตาม โดยลูกค้าไม่รู้สึกว่าความบิดเบี้ยวรอบขอบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเลย

นอกเหนือจากคู่นี้ ลูกค้ายังสั่งตัดเลนส์ Zeiss Officelens เพิ่มอีกหนึ่งคู่ เพราะภาระงานส่วนใหญ่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์

📐

ข้อมูลเพิ่มเติมจากทีมงาน Optical X — ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการของเลนส์ตระกูล Zeiss Officelens และเลนส์โปรเกรสซีฟสำหรับออฟฟิศโดยทั่วไปในทางแสงคือ Occupational Progressive Lens หรือเลนส์โปรเกรสซีฟเฉพาะกิจกรรม ซึ่งถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ระยะใกล้ถึงระยะกลางเป็นหลักตั้งแต่ต้น ไม่ถูกออกแบบมาให้ใช้เดินได้ หลักการออกแบบของเลนส์กลุ่ม Room นี้กำหนดไว้ชัดเจนว่า โซนมองไกลจะให้ความคมชัดเพียงประมาณ 80% ของเลนส์โปรเกรสซีฟมาตรฐานเท่านั้น กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เลนส์กลุ่มนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้สวมเดินไปมาหรือมองสิ่งที่อยู่ไกลเกิน 4 เมตรตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ลองจินตนาการง่ายๆ ว่าเลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไปให้คะแนนความคมชัดระยะไกลเต็ม 10/10 เลนส์ Officelens อาจได้คะแนนอยู่ที่ราว 8/10 ในระยะไกล ซึ่งสำหรับผู้ใช้งานจำนวนไม่น้อยที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาระยะไกลมากนักระหว่างวัน คะแนน 8/10 นี้ก็เพียงพอแล้ว และคะแนนอีก 2 ส่วนที่ยอมสละไปจากระยะไกล จะถูกนำไปเสริมให้ระยะกลางและระยะใกล้คมชัดขึ้นแทน ตามหลักการอนุรักษ์กำลังแสงของเลนส์โปรเกรสซีฟ ที่ไม่มีเลนส์ตัวใดสามารถให้ความคมชัดเต็ม 10/10 พร้อมกันได้ในทุกระยะเดียวกัน

ต้องยอมรับตรงๆ ว่านี่คือกรณีศึกษาจากคนเพียงคนเดียว (n=1) ความพึงพอใจของลูกค้ารายนี้ไม่ได้แปลว่า Seiko Superior P1 จะให้ผลลัพธ์เดียวกันกับทุกคนที่มีค่าสายตาต่างกัน อีกทั้งความรู้สึก "ไม่บิดเบี้ยวเพิ่มขึ้น" เป็นการประเมินเชิงอัตวิสัยของผู้สวมใส่เอง ไม่ได้วัดด้วยเครื่องมือมาตรฐานใดๆ ดังนั้นจึงควรมองเรื่องนี้เป็นข้อมูลอ้างอิงประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่ข้อสรุปที่ใช้แทนการลองจริงด้วยตัวเองได้

Contour map ของเลนส์ Seiko Superior P1 แสดงโซนมองไกลและมองใกล้
Contour map ของ Seiko Superior P1 · ภาพ: Evershine Optical
Contour map ของเลนส์ Zeiss Officelens Superb แสดงโซนมองไกลและมองใกล้
Contour map ของ Zeiss Officelens Superb · ภาพ: Evershine Optical

อ่าน Contour Map อย่างไรให้เข้าใจ

Contour map คือแผนที่แสดงปริมาณความบิดเบี้ยว (Astigmatism/Distortion) ในแต่ละจุดของเลนส์โปรเกรสซีฟ ยิ่งพื้นที่สีเข้มหรือเส้นชิดกันมากเท่าไร ยิ่งแปลว่าบริเวณนั้นบิดเบี้ยวมาก และเป็นพื้นที่ที่มองไม่ชัดเมื่อกลอกตาผ่าน ส่วนพื้นที่โล่งตรงกลางคือ "ทางเดินการมองเห็น" (Vision Corridor) ที่ผู้ใส่จะมองเห็นชัดเจนที่สุด นี่คือเหตุผลที่การดู Contour Map สำคัญกว่าคำโฆษณา เพราะความกว้างของโซนมองใกล้ที่โฆษณาบอกไว้ อาจไม่ตรงกับสิ่งที่คุณจะได้สัมผัสจริงเมื่อสวมใส่

จาก Contour map ของ Seiko Superior P1 จะเห็นว่าความบิดเบี้ยวบริเวณด้านล่างของเลนส์ (โซนอ่านหนังสือ) อยู่ในระดับต่ำมาก ลูกค้าไม่รู้สึกถึงความบิดเบี้ยวเพิ่มเติมแม้จะมีการเพิ่มกำลังมองใกล้ ทำให้ปรับตัวกับ Seiko Superior P1 ตัวใหม่ได้ง่าย

คุณสมบัติSeiko Superior P1Zeiss Officelens
ประเภทเลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไประดับพรีเมียมโปรเกรสซีฟสำหรับใช้งานในออฟฟิศ
ความบิดเบี้ยวโซนอ่านหนังสือต่ำมาก แม้เพิ่มค่า Addต่ำมาก เหมาะกับงานใกล้-กลาง
ความกว้างโซนอ่าน/กลางมาตรฐานดีกว้างกว่าอย่างน้อย 20%
เหมาะกับใช้งานทั่วไป ทดแทนเลนส์ระดับสูงสุดจากแบรนด์อื่นงานคอมพิวเตอร์ อ่านเอกสารทั้งวัน

เมื่อเปรียบเทียบกัน โซนอ่านและโซนกลาง (Reading and Intermediate Zone) ของ Zeiss Officelens กว้างกว่า Seiko Superior P1 อย่างน้อย 20% ซึ่งจาก Contour map ของ Officelens จะเห็นว่าความบิดเบี้ยวบริเวณด้านล่างของเลนส์อยู่ในระดับต่ำมากเช่นกัน นี่คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปรับตัวกับเลนส์โปรเกรสซีฟได้ง่ายขึ้น

💡

สรุปได้ว่า Seiko Superior P1 ในเคสนี้เป็นเลนส์คุณภาพดีมาก และเป็นตัวเลือกทดแทน Zeiss Individual 2 ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ แต่เป็นเรื่องน่าเสียดายที่เลนส์ Seiko ไม่มีจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว เนื่องจากบริษัท Hoya ได้ซื้อลิขสิทธิ์ไปแล้ว จึงไม่มีใครสามารถหาซื้อมาใส่ได้อีกครับ ส่วน Zeiss Officelens Room แม้จะไม่ได้เกิดมาเพื่อมองไกล แต่ก็ตอกย้ำอีกครั้งว่าเป็นเลนส์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับงานใกล้และระยะกลาง ด้วยความบิดเบี้ยวที่ต่ำมาก เหมาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มใส่เลนส์โปรเกรสซีฟและยังอยากมองไกลได้บ้างในเวลาเดียวกัน

คำถามที่ควรถามตัวเองจริงๆ คือ ถ้าคุณใช้เวลากว่า 60% ของแต่ละวันไปกับงานระยะใกล้ คุณยินดีแลกความคมชัดตอนมองไกลเพื่อให้ได้โซนมองใกล้ที่กว้างและสบายตากว่าหรือไม่ สำหรับคนที่ทำงานในออฟฟิศเป็นหลัก การแลกเปลี่ยนแบบนี้มักคุ้มค่ากว่าที่คิด อย่างแรกเลยคือคุณไม่ต้องแหงนเงยคอหาช่องมองผ่านโซนระยะกลางแคบๆ อีกต่อไป

แต่ก็ต้องตั้งคำถามกลับเช่นกันว่า การแนะนำให้ "มีเลนส์สองคู่แยกใช้งาน" นั้น เป็นคำแนะนำที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าเสมอไปจริงหรือไม่ ผมขอฟันธงว่าควรจะมีมากๆ เนื่องจากเลนส์ Office ราคาจะถูกกว่าเลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไปครับ การจ่ายเพิ่มอีกราว 5,000 ถึงหลักหมื่นต้นๆ ช่วยลดอาการปวดคอและทำให้ทำงานสบายไปตลอดทั้งวัน อีกทั้งเลนส์ Office มีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 2 ปี ดังนั้นคุณจะทำงานสบายไปได้อีก 2 ปีเต็มๆ เลยครับ

ไม่จำเป็นต้องเป็นยี่ห้อ Zeiss เสมอไปก็ได้ครับ เพราะที่ Optical X เรามีเลนส์เฉพาะสำหรับออฟฟิศจากทั้ง Shamir, Nikon และ Zeiss ให้เปรียบเทียบทดลองครบทั้ง 3 แบรนด์ ถ้าถามว่ายี่ห้อไหนดีที่สุด คำตอบคือยี่ห้อที่คุณลองใส่แล้วเจอ "Wow moment" นั่นแหละครับ — ตอนที่คุณอุทานในใจว่า "นี่แหละ ใช่เลย ภาพแบบนี้แหละที่ต้องการ"

✦ ✦ ✦

คำถามที่พบบ่อย

Q: Contour map ต่างกันแค่ไหนถึงจะรู้สึกได้จริง?+
โดยทั่วไป ความแตกต่างของความกว้างโซนมองใกล้ตั้งแต่ 15-20% ขึ้นไปมักรู้สึกได้ชัดเจนเมื่อสวมใส่จริง โดยเฉพาะเมื่อต้องอ่านเอกสารกว้างๆ หรือมองจอคอมพิวเตอร์แบบจอกว้าง อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกที่แท้จริงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วย ควรลองเปรียบเทียบจริงระหว่างการฟิตติ้ง
Q: ควรมีเลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไปและ Officelens พร้อมกันไหม?+
สำหรับคนที่ทำงานในออฟฟิศเป็นหลักแต่ยังต้องขับรถหรือเดินทางบ่อย การมีเลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไปหนึ่งคู่และ Officelens อีกหนึ่งคู่จะให้ประสบการณ์การมองเห็นที่ดีที่สุดในแต่ละสถานการณ์ เพราะเลนส์แต่ละแบบถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานที่ต่างกัน

อ้างอิง: Seiko Vision, Progressive Lenses | ZEISS Officelens, Official Product Page | เรียบเรียงจาก Evershine Optical สิงคโปร์

สนใจทดลองเลนส์ Officelens ก่อนตัดสินใจ?

จองคิวทดลองเลนส์เดโมที่ Optical X Vision Care Center
ตรวจวัดสายตาโดยผู้เชี่ยวชาญ Riverside Plaza ชั้น 2 กรุงเทพฯ เปิดทุกวัน 11:00–20:00