"ทำไมพี่รู้สึกว่าใส่แว่นตัวเก่าทำงานแล้วสบายกว่าตัวใหม่ที่ตัดไป ทั้งๆ ที่ตัวใหม่ควรจะดีกว่าสิ" "แว่นตัวเก่าทำคอมชัดแต่เล่นโทรศัพท์ไม่ชัด แต่แว่นตัวใหม่ใส่เล่นโทรศัพท์ดี แต่เล่นคอมรู้สึกตัวเก่าดีกว่า" "ใส่คู่ใหม่แล้วรู้สึกโหวงๆ วิงเวียนนิดหน่อย" — ประโยคทำนองนี้คือสิ่งที่ทีมงาน Optical X ได้ยินซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากลูกค้าที่เคยไปตัดเลนส์โปรเกรสซีฟจากร้านอื่นมาก่อน เรื่องนี้มีคำตอบครับ และมันใช้หลัก Physics อธิบายได้เลย
กรณีศึกษา: ทำไมเลนส์เก่ากลับสบายกว่าเลนส์ใหม่
ลูกค้ารายหนึ่งเคยตัดเลนส์โปรเกรสซีฟไว้กับร้านนี้เมื่อกว่า 5 ปีก่อน และกลับมาอีกครั้งเพราะเลนส์เดิมเริ่มมีรอยขีดข่วนจนอยากได้คู่ใหม่ ระหว่างพูดคุยเธอเล่าว่าปีก่อนหน้านั้นเคยลองไปตัดเลนส์อีกคู่จากร้านอื่น แต่กลับใส่ไม่สบายเท่าคู่เดิมที่ซื้อไว้ เธอบอกว่าแว่นตัวใหม่ใส่มองไกลกับเล่นโทรศัพท์โอเค แต่พอมองคอมพิวเตอร์แล้วไม่สบายตาเลย ความเป็นไปได้ของสาเหตุมีอยู่หลายทาง ตั้งแต่ค่าสายตาที่คลาดเคลื่อน ปัญหาจากการออกแบบเลนส์เฉพาะรุ่น ไปจนถึงการฟิตติ้งที่ไม่ตรงจุด
ผมไปเจอบทความของร้าน Evershine Optical ที่ใช้ Contour Plot ในการอธิบายโครงสร้างของเลนส์ ทำให้ลูกค้าเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น ลองมาดู Contour Plot ด้านล่างกันครับ


จาก Contour map จะเห็นได้ชัดเจนว่าทำไมลูกค้าถึงชอบเลนส์ Hoya FD คู่เก่ามากกว่า Zeiss Superb คู่ใหม่ โซนกลางและโซนอ่านหนังสือของ Hoya FD มีความบิดเบี้ยวน้อยกว่ามาก และความกว้างของโซนกลางและโซนใกล้ยังกว้างกว่าเป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับ Zeiss Superb (ใช่ว่าตัดรุ่นตัวท็อปไปแล้วจะเห็นภาพกว้างตามโฆษณา)
| คุณสมบัติ | Zeiss Superb Asiana (คู่ใหม่) | Hoya FD (คู่เก่า) |
|---|---|---|
| ค่ากำลังมองใกล้ (Add) | สูงกว่า (+2.25) | ต่ำกว่า (+1.50) |
| ค่ากำลังมองไกล | ต่ำกว่า | สูงกว่า — เหมาะกับงานคอมพิวเตอร์ |
| ความบิดเบี้ยวโซนกลาง/อ่าน | มากกว่า | น้อยกว่ามาก |
| ความรู้สึกเมื่อใส่ | ไม่สบายเท่าที่ควร | สบาย เป็นธรรมชาติ |
แม้ Zeiss Superb เป็นเลนส์ที่มีราคาแพงและเป็นรุ่นเกือบตัวท็อปของยี่ห้อนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าภาพจะกว้างเหมือนในโฆษณานะครับ เพราะ Zeiss Superb ตัวนี้มีค่า Addition ที่สูงกว่า (+2.25) แต่ Hoya FD กลับมีค่ากำลังมองไกลที่สูงกว่าและมีค่า Addition ที่ต่ำกว่า ซึ่งเป็นประโยชน์มากกว่าสำหรับลูกค้าที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์และโต๊ะทำงานเป็นส่วนใหญ่ เพราะโซนกลางจะกว้างกว่าตัว Superb เกือบเท่าตัว นี่คือคำอธิบายว่าทำไมเธอถึงบอกว่า Hoya FD คู่เก่าสบายกว่า
เป็นสิ่งที่ลูกค้าไม่เข้าใจ เพราะโดนรูปการตลาดทำให้งงครับ ลูกค้าคาดการณ์ว่ายิ่งจ่ายรุ่นแพงเท่าไร ภาพจะต้องยิ่งกว้างตามโฆษณา แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่แบบนั้นครับ Contour Plot บอกเราทุกอย่าง ค่า Addition ที่เพิ่มขึ้นจากแว่นตัวเก่าจะทำให้โซนต่างๆ ของเลนส์แคบลง โดยเฉพาะโซนกลางและโซนใกล้ ลูกค้าท่านนี้แว่นตัวใหม่มีค่าสายตายาวที่ +2.25 ส่วนแว่นตัวเก่ามีอยู่ที่ +1.50 เมื่อเพิ่มค่าสายตายาวขึ้นมาอีก 0.75 ทำให้โซนถูกบีบอัดมากขึ้น โซนกลางจึงแคบลงอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งสิ่งที่แถมมาก็คือภาพที่บิดเบือนมากขึ้นด้วย
คนที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรือในออฟฟิศมักต้องการค่า "พลัส" เพิ่มเติมในโซนมองไกล เพื่อให้มองจอคอมพิวเตอร์ได้สบายขึ้น นี่คือเหตุผลที่ Zeiss Officelens ทำงานได้ดีมากสำหรับคนที่มีงานประจำโต๊ะทำงาน
ข้อมูลเพิ่มเติมจากทีมงาน Optical X — ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการของเลนส์ตระกูล Zeiss Officelens และเลนส์โปรเกรสซีฟสำหรับออฟฟิศโดยทั่วไปคือ Occupational Progressive Lens หรือเลนส์โปรเกรสซีฟเฉพาะกิจกรรม ซึ่งถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ระยะใกล้ถึงระยะกลางเป็นหลักตั้งแต่ต้น หลักการออกแบบของเลนส์กลุ่ม Room นี้กำหนดไว้ชัดเจนว่า โซนมองไกลจะให้ความคมชัดเพียงประมาณ 80% ของเลนส์โปรเกรสซีฟมาตรฐานเท่านั้น กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เลนส์กลุ่มนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้สวมเดินไปมาหรือมองสิ่งที่อยู่ไกลเกิน 4 เมตรตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ลองจินตนาการง่ายๆ ว่าเลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไปให้คะแนนความคมชัดระยะไกลเต็ม 10/10 เลนส์ Officelens อาจได้คะแนนอยู่ที่ราว 8/10 ในระยะไกล ซึ่งสำหรับผู้ใช้งานจำนวนไม่น้อยที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาระยะไกลมากนักระหว่างวัน คะแนน 8/10 นี้ก็เพียงพอแล้ว และคะแนนอีก 2 ส่วนที่ยอมสละไปจากระยะไกล จะถูกนำไปเสริมให้ระยะกลางและระยะใกล้คมชัดขึ้นแทน ตามหลักการอนุรักษ์กำลังแสงของเลนส์โปรเกรสซีฟ ที่ไม่มีเลนส์ตัวใดสามารถให้ความคมชัดเต็ม 10/10 พร้อมกันได้ในทุกระยะเดียวกัน

ในทางเทคนิค สามารถเพิ่มค่า "พลัส" ในโซนมองไกลของเลนส์ Zeiss Superb ได้ แต่เนื่องจาก Zeiss Officelens และ Zeiss Superb ถูกออกแบบมาต่างกัน Officelens ยังคงให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าสำหรับงานใกล้และงานระยะกลางอยู่ดี สำหรับลูกค้ารายนี้ ทีมงานจึงจับคู่เธอกับ Zeiss Officelens Superb (room) เนื่องจากเธอใส่แว่นหลักตอนทำงานและถอดออกเมื่อเลิกงาน ค่าสายตาที่อัปเดตของเธอใกล้เคียงกับ Hoya FD ที่ใส่อยู่มาก จึงเพิ่มค่ากำลังอ่านขึ้นเพียง 1 สเต็ป คือ +1.75 เท่านั้น
โดยทั่วไป ทีมงานพยายามไม่สั่งค่า Add ที่สูงเกินความจำเป็น เพราะจะทำให้โซนกลางและโซนอ่านแคบลง
สิ่งที่ร้านแว่นหลายแห่งไม่ค่อยบอกลูกค้า
ตรงนี้ผมขออธิบายแบบเดียวกับที่ผมนั่งคุยกับลูกค้าหน้าเคาน์เตอร์เลยนะครับ ปกติเวลาลูกค้าถามผมว่า "ทำไมแว่นคู่ใหม่ใส่แล้วรู้สึกแคบกว่าคู่เก่า" ผมจะหยิบเลนส์สองคู่มาวางเทียบกันแล้วชี้ให้ดูตรงนี้เลย — ความกว้างของแต่ละโซนในเลนส์โปรเกรสซีฟ ไม่ว่าจะโซนไกล โซนกลาง หรือโซนอ่านหนังสือ มันผูกติดกับค่า Addition หรือค่ากำลังมองใกล้ที่คุณเพิ่มขึ้นตามอายุโดยตรงเลยครับ
พูดง่ายๆ คือ ยิ่งค่า Add คุณสูงขึ้นเท่าไร โซนกลางกับโซนอ่านก็ยิ่งถูกบีบให้แคบลงเท่านั้น อันนี้ไม่ใช่เรื่องของยี่ห้อไหนเก่งกว่ายี่ห้อไหนนะครับ เป็นกฎทางแสงที่เลนส์โปรเกรสซีฟทุกยี่ห้อในโลกหนีไม่พ้น ผมเจอลูกค้าหลายคนมากที่ตัดแว่นคู่ใหม่แล้วรู้สึกว่า "เอ๊ะ ทำไมมันแคบกว่าเดิม" ทั้งที่สายตามองไกลแทบไม่เปลี่ยนเลย สาเหตุจริงๆ ไม่ได้อยู่ที่ฝีมือคนตัดหรือคุณภาพเลนส์ตกลงหรอกครับ แต่อยู่ที่ค่า Add ที่ขยับขึ้นตามวัยของคุณเอง
ปัญหาที่ผมเจอบ่อยคือ พอลูกค้ากลับมาบ่นว่าคู่ใหม่ใส่ไม่สบาย บางร้านก็จะบอกแค่ว่า "เดี๋ยวก็ชินเองครับ ปรับตัวไปก่อน" โดยไม่ได้อธิบายกลไกที่แท้จริงให้ฟังเลย ทั้งที่จริงๆ แล้วถ้าตอนวัดสายตา ผมบอกลูกค้าตรงๆ ว่า "ค่า Add คุณเพิ่มขึ้นนะครับ โซนทำงานของแว่นคู่ใหม่จะแคบกว่าคู่เดิมนิดหน่อย" ลูกค้าก็จะตั้งใจไว้ล่วงหน้าได้เลยว่าจะเจอกับอะไร แทนที่จะมานั่งสงสัยทีหลังว่าโดนขายของแย่กว่าเดิมหรือเปล่า ทั้งที่มันเป็นเรื่องธรรมชาติของสายตาที่เปลี่ยนไปตามวัยล้วนๆ
ผมว่าเรื่องแบบนี้ควรพูดกันตรงๆ ตั้งแต่วันแรกที่ลูกค้าเดินเข้าร้านเลยครับ ว่าถ้าค่าสายตายาวของคุณเพิ่มขึ้น คุณอาจจะต้องทำใจไว้ก่อนว่าโปรเกรสซีฟคู่ใหม่ของคุณอาจจะทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ได้แย่ลงกว่าคู่เดิม ไม่ใช่เพราะเลนส์ไม่ดีหรือคุณปรับตัวไม่เก่ง แต่เป็นผลโดยตรงจากค่า Add ที่สูงขึ้นตามวัย
คำถามที่พบบ่อย
อ้างอิง: ZEISS Officelens, Official Product Page | HOYA Vision Care, Progressive Lenses | เรียบเรียงจาก Evershine Optical สิงคโปร์
อยากรู้ว่าเลนส์ที่เหมาะกับคุณควรมีโซนกว้างแค่ไหน?
จองคิวทดลองเลนส์เดโมพร้อมดู Contour Map ของคุณเองที่ Optical X
ตรวจวัดสายตาโดยผู้เชี่ยวชาญ Riverside Plaza ชั้น 2 กรุงเทพฯ เปิดทุกวัน 11:00–20:00
