ℹ️

หมายเหตุจากทีมงาน Optical X — บทความนี้เป็นการแปลและเรียบเรียงจากประสบการณ์ตรงของช่างแว่นที่ Evershine Optical สิงคโปร์ ซึ่งได้รับโอกาสทดลองเลนส์ Officelens, DriveSafe และ Digital Lens จากงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของ Carl Zeiss Vision โดยตรง ปัจจุบันที่ร้าน Optical X เรามีเลนส์เดโมให้ลูกค้าทดลองสวมใส่จริง ได้แก่เลนส์ Progressive SmartLife และ Office Lens แต่ยังไม่มีเลนส์เดโมของ Zeiss DriveSafe และ Digital Lens ตามที่กล่าวถึงในบทความนี้โดยเฉพาะ จึงขอนำประสบการณ์ตรงชุดนี้มาถ่ายทอดต่อ สิ่งที่ทำให้บทความนี้น่าเชื่อถือกว่าคำบอกเล่าปากต่อปากทั่วไปคือ มี Contour Map ประกอบให้เห็นจริงในจุดสำคัญ เช่นความแตกต่างของโซนกลางและโซนไกลระหว่าง DriveSafe กับ Digital Lens ซึ่ง Contour Map เป็นข้อมูลทางแสงที่วัดได้จริงจากตัวเลนส์ ไม่สามารถปรุงแต่งหรือหลอกสายตาได้เหมือนคำโฆษณาครับ

ย้อนกลับไปราว 2-3 ปีก่อน ตอนอายุประมาณ 40 ปี ช่างแว่นท่านหนึ่งของ Evershine Optical เริ่มสังเกตความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง ทุกครั้งที่ลูกสาวยื่นมือถือหรือของชิ้นเล็กมาใกล้หน้า ต้องดันมันออกไปให้ห่างประมาณ 40 เซนติเมตรถึงจะมองเห็นชัด นี่คือสัญญาณคลาสสิกของภาวะสายตายาวตามอายุ หรือที่คนจีนเรียกว่า "ลาวฮวา" (老花眼) โชคดีที่มีสายตาสั้นติดตัวอยู่เล็กน้อย จึงยังถอดแว่นดูของใกล้ในระยะ 20-30 เซนติเมตรได้ โดยเฉพาะตอนอ่านฉลากยาหรือคำแนะนำการใช้งานเล็กๆ ทำให้ยังไม่จำเป็นต้องพึ่งเลนส์โปรเกรสซีฟทันที

แม้จะได้ยินคนรอบตัว (โดยเฉพาะลูกค้าที่มาปรึกษา) เล่าประสบการณ์เวียนหัวและปรับตัวไม่ได้กับเลนส์โปรเกรสซีฟอยู่บ่อยๆ แต่ด้วยประสบการณ์ฟิตติ้งเลนส์ชนิดนี้มากว่า 10 ปี บวกกับอัตราลูกค้าเลิกใช้ (Drop out rate) ที่ต่ำกว่า 5% ทำให้เชื่อว่าประสบการณ์จริงไม่น่าจะแย่เท่าที่คนอื่นเล่าให้ฟัง จึงตัดสินใจ "ทดลองกับตัวเอง" ดูสักครั้ง

รอบแรก: Zeiss Officelens

ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของ Carl Zeiss Vision สิงคโปร์ มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรายการ รวมถึง Zeiss Individual 2 และ Zeiss Officelens ผู้เข้าร่วมงานแต่ละคนได้รับเลนส์ Zeiss Officelens ไปทดลองใส่ฟรี จึงได้ทดลองตัดเป็น Zeiss Officelens Individual ที่ปรับแต่งตามค่าสายตาและกรอบแว่นของตัวเอง

📐

ข้อมูลเพิ่มเติมจากทีมงาน Optical X — ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการของเลนส์ตระกูล Zeiss Officelens และเลนส์โปรเกรสซีฟสำหรับออฟฟิศโดยทั่วไปในทางแสงคือ Occupational Progressive Lens หรือเลนส์โปรเกรสซีฟเฉพาะกิจกรรม ซึ่งถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ระยะใกล้ถึงระยะกลางเป็นหลักตั้งแต่ต้น หลักการออกแบบของเลนส์กลุ่ม Room นี้กำหนดไว้ชัดเจนว่า โซนมองไกลจะให้ความคมชัดเพียงประมาณ 80% ของเลนส์โปรเกรสซีฟมาตรฐานเท่านั้น กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เลนส์กลุ่มนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้สวมเดินไปมาหรือมองสิ่งที่อยู่ไกลเกิน 4 เมตรตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ลองจินตนาการง่ายๆ ว่าเลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไปให้คะแนนความคมชัดระยะไกลเต็ม 10/10 เลนส์ Officelens อาจได้คะแนนอยู่ที่ราว 8/10 ในระยะไกล ซึ่งสำหรับผู้ใช้งานจำนวนไม่น้อยที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาระยะไกลมากนักระหว่างวัน คะแนน 8/10 นี้ก็เพียงพอแล้ว และคะแนนอีก 2 ส่วนที่ยอมสละไปจากระยะไกล จะถูกนำไปเสริมให้ระยะกลางและระยะใกล้คมชัดขึ้นแทน ตามหลักการอนุรักษ์กำลังแสงของเลนส์โปรเกรสซีฟ ที่ไม่มีเลนส์ตัวใดสามารถให้ความคมชัดเต็ม 10/10 พร้อมกันได้ในทุกระยะเดียวกัน

ตัวอย่างกรอบแว่นที่ใช้ทดลองเลนส์ Zeiss Officelens
กรอบแว่นที่ใช้ทดลองเลนส์ Zeiss Officelens Individual · ภาพ: Evershine Optical

เมื่อสวมใส่ครั้งแรก ไม่พบอาการ "Swim Effect" ที่มักเกิดกับเลนส์โปรเกรสซีฟและทำให้เวียนหัวหรือปรับตัวยาก การมองไกลตรงหน้าค่อนข้างเบลอเล็กน้อย (เพราะเป็น Office lens) เมื่อเหลือบมองด้านข้างโดยไม่ขยับหัว ภาพก็เบลอเล็กน้อยเช่นกัน เนื่องจากคุ้นเคยกับการมองไกลที่ชัดเจนและกว้างมาก่อน อาการเบลอด้านข้างเล็กน้อยนี้จึงรู้สึกเป็นเรื่องใหญ่ในช่วงแรก แต่เมื่อค่อยๆ ปรับตัว สมองก็ไม่ค่อยสังเกตเห็นความเบลอนั้นอีกต่อไป

การมองใกล้ด้วย Zeiss Officelens กว้างขวางมาก ถึงขั้นอ่านหนังสือพิมพ์สองหน้าเต็มได้ชัดเจนโดยไม่ต้องขยับศีรษะเลย (ความกว้างจริงจะแตกต่างไปตามค่ากำลังมองใกล้ของแต่ละคน) เลนส์รุ่นที่ใช้เป็นเวอร์ชัน "room" ซึ่งมองไกลได้ชัดถึงราว 4 เมตร แม้การมองไกลจะเบลอไปบ้าง แต่การขับรถและใช้ชีวิตทั่วไปก็ไม่เป็นปัญหา (โดยเฉพาะบนถนนในสิงคโปร์) และเมื่อรวมกับการที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในร้านและจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ Zeiss Officelens จึงให้ความรู้สึกสบายเป็นพิเศษ

บทความทั้งบทนี้เป็นการทดลองกับตัวเองของคนเพียงคนเดียว (Self-experiment, n=1) และที่สำคัญคือผู้ทดลองเป็นช่างแว่นมืออาชีพที่ฟิตติ้งเลนส์โปรเกรสซีฟมานับหมื่นคู่ ย่อมมีทักษะในการปรับตัวและตีความความรู้สึกของตัวเองต่างจากคนทั่วไปที่ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเลนส์สายตามาก่อน ผลลัพธ์ที่ว่า "ปรับตัวง่าย" หรือ "รู้สึกสบาย" ในบทความนี้จึงอาจไม่สะท้อนประสบการณ์ของลูกค้าทั่วไปได้ทั้งหมด ควรอ่านเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพประกอบการตัดสินใจ มากกว่าจะยึดเป็นมาตรฐานที่ทุกคนต้องได้ผลเหมือนกัน

✦ ✦ ✦

รอบที่สอง: Zeiss DriveSafe

โฆษณาเลนส์ Zeiss DriveSafe
Zeiss DriveSafe อ้างว่าให้โซนมองระยะกลางกว้างขึ้นถึง 43% และโซนมองไกลกว้างขึ้นถึง 14% · ภาพ: Evershine Optical

เมื่อ Carl Zeiss Vision เปิดตัว Zeiss DriveSafe ก็ได้ส่งเลนส์ DriveSafe แบบโปรเกรสซีฟมาให้ทดลองใส่ฟรี แม้ค่าสายตาจะขยับขึ้นเล็กน้อยจากการเพิ่มกำลังมองใกล้ แต่ความรู้สึกแรกตอนสวม DriveSafe คือ "แปลกๆ" เพราะคุ้นชินกับความสบายของ Officelens มาก่อนแล้ว จึงอดเทียบกันไม่ได้โดยอัตโนมัติ การมองไกลของ DriveSafe ชัดเจนกว่าแน่นอน มุมมองด้านข้างสำหรับมองไกลก็กว้างกว่า แต่โซนมองใกล้และโซนกลางกลับสู้ Officelens ไม่ได้ อีกทั้งยังสังเกตว่าต้องเงยหน้าขึ้นมากกว่าตอนใส่ Officelens ซึ่งท่าทางศีรษะจะเป็นธรรมชาติกว่า อย่างไรก็ตาม หลังใส่ไปได้สักสองสามวัน ความรู้สึกแปลกๆ นั้นก็หายไปเอง

ตัวเลข "โซนกลางกว้างขึ้น 43% และโซนไกลกว้างขึ้น 14%" ที่ปรากฏในโฆษณา DriveSafe นั้น เป็นตัวเลขที่แบรนด์เจ้าของผลิตภัณฑ์เป็นผู้เผยแพร่เอง ไม่ได้ระบุชัดว่าเทียบกับเลนส์รุ่นใดเป็นฐาน (Baseline) หรือวัดภายใต้เงื่อนไขแบบไหน ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่ดูน่าประทับใจแบบนี้เป็นเรื่องปกติของการตลาดเลนส์สายตาทุกแบรนด์ ผู้บริโภคจึงควรอ่านด้วยความเข้าใจว่าเป็น "คำกล่าวอ้างของผู้ผลิต" ไม่ใช่ผลการทดสอบอิสระ สิ่งที่เชื่อถือได้กว่าคือการลองสวมจริงและดู Contour map เปรียบเทียบเหมือนที่ทำในบทความนี้

DriveSafe ปรับตัวได้ง่ายพอสมควรเพราะระดับความบิดเบี้ยวต่ำกว่าโซนมองไกล หลังจากคุ้นเคยกับ Zeiss Officelens แล้ว จึงลองตัด Zeiss Digital Lens อีกคู่หนึ่ง คิดว่าทุกอย่างน่าจะเรียบร้อยดี แต่กลับพบว่าไม่ค่อยชอบเลย เพราะระดับความบิดเบี้ยวค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับทั้ง DriveSafe และ Officelens

Contour map เปรียบเทียบ Zeiss DriveSafe และ Zeiss Digital Lens
Contour map เปรียบเทียบ Zeiss DriveSafe (ซ้าย) และ Zeiss Digital Lens (ขวา) แม้ค่าสายตาใกล้เคียงกัน · ภาพ: Evershine Optical

จากภาพเปรียบเทียบด้านบนจะเห็นได้ว่า Zeiss Digital Lens มีความบิดเบี้ยวมากกว่าและช่องทางการมองเห็น (Viewing Channel) แคบกว่า DriveSafe แม้ค่าสายตาจะใกล้เคียงกัน จึงไม่เคยปรับตัวกับ Zeiss Digital Lens ได้จริงๆ และไม่ค่อยชอบใส่มันเท่าไร อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่มีค่ากำลังมองใกล้ต่ำกว่า 1.25 Zeiss Digital Lens ให้ประสิทธิภาพที่ค่อนข้างดี

เลนส์จุดเด่นข้อจำกัด
Zeiss Officelensโซนใกล้/กลางกว้างมาก สบายที่สุดสำหรับงานออฟฟิศมองไกลเบลอ ไม่เหมาะขับรถระยะไกล
Zeiss DriveSafeมองไกลชัด โซนกลางกว้างขึ้น ปรับตัวง่ายโซนใกล้แคบกว่า Officelens
Zeiss Digital Lensเหมาะกับ Add ต่ำกว่า 1.25บิดเบี้ยวมากกว่าเมื่อ Add สูงขึ้น

สรุปบทเรียนที่ได้

  • 1
    เลนส์โปรเกรสซีฟไม่ได้แย่อย่างที่หลายคนเล่า ส่วนใหญ่ปรับตัวได้ ถ้าฟิตติ้งถูกต้องและค่าสายตาแม่นยำ
  • 2
    การปรับตัวอาจใช้เวลาสักพักเมื่อค่าสายตาเปลี่ยน บางเลนส์ปรับตัวได้เร็วกว่าเลนส์อื่น
  • 3
    เลนส์โปรเกรสซีฟแต่ละแบบตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน ไม่มีเลนส์ตัวเดียวที่ทำได้ดีที่สุดในทุกสถานการณ์
✦ ✦ ✦

คำถามที่พบบ่อย

Q: ควรเริ่มต้นด้วยเลนส์แบบไหนถ้าไม่เคยใส่โปรเกรสซีฟมาก่อน?+
ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์เป็นหลัก ถ้าใช้เวลาส่วนใหญ่ในออฟฟิศหรือหน้าคอมพิวเตอร์ Officelens มักปรับตัวง่ายที่สุดเพราะความบิดเบี้ยวต่ำ ถ้าต้องขับรถบ่อยและต้องการมองไกลชัดเจน เลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไปหรือ DriveSafe อาจเหมาะกว่า
Q: ทำไมคนเดียวกันถึงปรับตัวกับเลนส์บางแบบง่ายกว่าแบบอื่น ทั้งที่เป็นแบรนด์เดียวกัน?+
เพราะเลนส์โปรเกรสซีฟแต่ละรุ่นในแบรนด์เดียวกันมีการออกแบบ Contour ที่ต่างกันไปตามวัตถุประสงค์การใช้งาน เช่น Officelens เน้นลดความบิดเบี้ยวโซนใกล้ ส่วน DriveSafe เน้นขยายโซนกลางและไกล ความบิดเบี้ยวที่ต่างกันนี้ส่งผลโดยตรงต่อความง่ายในการปรับตัวของแต่ละคน

อ้างอิง: ZEISS Officelens | ZEISS DriveSafe | ZEISS Digital Lens — Official Product Pages | เรียบเรียงจาก Evershine Optical สิงคโปร์

สนใจทดลองเลนส์ Officelens ที่ Optical X?

จองคิวทดลองเลนส์เดโมที่ Optical X Vision Care Center
ตรวจวัดสายตาโดยผู้เชี่ยวชาญ Riverside Plaza ชั้น 2 กรุงเทพฯ เปิดทุกวัน 11:00–20:00