ถ้าคุณต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์มากกว่า 7 ชั่วโมงต่อวัน เลนส์โปรเกรสซีฟสำหรับออฟฟิศเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาอย่างจริงจัง

เคสนี้เป็นของ Evershine Optical Singapore ครับ ผู้หญิงวัย 47 ปีรายหนึ่งเพิ่งตัดเลนส์โปรเกรสซีฟจากร้านอื่นได้ไม่กี่สัปดาห์ ก่อนจะพบว่าเลนส์คู่นั้นสร้างปัญหาให้เธอไม่น้อย เธอปรับทุกข์กับพี่ชาย (ซึ่งบังเอิญถูกคุณแม่แนะนำให้มาใช้บริการ Evershine Optical อยู่แล้ว) พี่ชายจึงชวนเธอมาลองปรึกษาที่ร้านดูสักครั้ง

การปรึกษาและซักประวัติไลฟ์สไตล์ก่อนเลือกเลนส์
ทีมงานซักประวัติและทำแบบสอบถามไลฟ์สไตล์อย่างละเอียดก่อนแนะนำเลนส์

หลังตรวจสอบปัญหาและทำแบบสอบถามไลฟ์สไตล์อย่างละเอียด ทีมงานพบว่าเธอทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการที่แทบทั้งวันอยู่หน้าคอมพิวเตอร์มากกว่าสองจอ โดยมีจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะต่อเพิ่มเติมจากจอโน้ตบุ๊กอีกจอหนึ่ง และต้องพิมพ์รายงานเป็นหลัก ส่วนตอนออกไปข้างนอกแทบไม่ได้สวมแว่นเลย เพราะการมองไกลของเธอยังคมชัดดีอยู่แม้ไม่ใส่แว่น

ปัญหาหลักที่เธอเล่าคือมองใกล้ไม่ชัดเวลาใส่เลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไปคู่เดิมยี่ห้อ Sola Elan ถึงขั้นต้องดันแว่นขึ้นสูงบนจมูกอยู่บ่อยๆ กว่าจะมองเห็นชัด แต่ต่อให้ทำแบบนั้นก็ยังไม่พอใจอยู่ดี ในขณะที่การมองไกลกลับไม่มีปัญหาอะไรเลย

เลนส์โปรเกรสซีฟสำหรับออฟฟิศ Zeiss Officelens
เลนส์โปรเกรสซีฟเฉพาะทางออฟฟิศ ออกแบบมาให้ตอบโจทย์ระยะใกล้ถึงระยะกลางเป็นหลัก

เมื่อเห็นภาพการใช้งานชัดเจนแล้ว ทีมงานจึงแนะนำและปรับแต่งเลนส์ Zeiss Officelens Superb ให้ตรงกับระยะทำงานและความต้องการของเธอโดยเฉพาะ โดยควบคุมความบิดเบี้ยวบริเวณด้านข้างของเลนส์เพื่อให้ปรับตัวได้ง่ายและสบายที่สุด

การฟิตติ้งเลนส์ Zeiss Officelens ให้ตรงกับตำแหน่งใช้งานจริง
ทีมงานฟิตติ้งเลนส์ให้ตรงกับตำแหน่งใช้งานจริงของลูกค้าแต่ละคน
เลนส์เดโมสำหรับทดลองก่อนตัดสินใจ
เลนส์เดโมที่ใช้ยืนยันผลลัพธ์กับลูกค้าก่อนตัดสินใจเปลี่ยนเลนส์

ตอนแรกเธอค่อนข้างลังเลและไม่แน่ใจว่า Officelens จะช่วยแก้ปัญหาของเธอได้จริงหรือเปล่า ทีมงานจึงต้องอธิบายและยืนยันด้วยผลลัพธ์จากลูกค้ารายอื่นๆ ที่เคยใช้แล้วได้ผลดี

📐

ข้อมูลเพิ่มเติมจากทีมงาน Optical X — ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการของเลนส์ตระกูล Zeiss Officelens และเลนส์โปรเกรสซีฟสำหรับออฟฟิศโดยทั่วไปในทางแสงคือ Occupational Progressive Lens หรือเลนส์โปรเกรสซีฟเฉพาะกิจกรรม ซึ่งถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ระยะใกล้ถึงระยะกลางเป็นหลักตั้งแต่ต้น หลักการออกแบบของเลนส์กลุ่ม Room นี้กำหนดไว้ชัดเจนว่า โซนมองไกลจะให้ความคมชัดเพียงประมาณ 80% ของเลนส์โปรเกรสซีฟมาตรฐานเท่านั้น กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เลนส์กลุ่มนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้สวมเดินไปมาหรือมองสิ่งที่อยู่ไกลเกิน 4 เมตรตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ลองจินตนาการง่ายๆ ว่าเลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไปให้คะแนนความคมชัดระยะไกลเต็ม 10/10 เลนส์ Officelens อาจได้คะแนนอยู่ที่ราว 8/10 ในระยะไกล ซึ่งสำหรับผู้ใช้งานจำนวนไม่น้อยที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาระยะไกลมากนักระหว่างวัน คะแนน 8/10 นี้ก็เพียงพอแล้ว และคะแนนอีก 2 ส่วนที่ยอมสละไปจากระยะไกล จะถูกนำไปเสริมให้ระยะกลางและระยะใกล้คมชัดขึ้นแทน ตามหลักการอนุรักษ์กำลังแสงของเลนส์โปรเกรสซีฟ ที่ไม่มีเลนส์ตัวใดสามารถให้ความคมชัดเต็ม 10/10 พร้อมกันได้ในทุกระยะเดียวกัน

จำลองโซนการมองเห็นของเลนส์โปรเกรสซีฟสำหรับออฟฟิศ (Occupational Progressive Lens)
จำลองโซนมองเห็นของเลนส์ Occupational Progressive Lens แสดงสัดส่วนโซนใกล้ กลาง และไกล
Contour map เปรียบเทียบ Zeiss Officelens และ Sola Elan Progressive
Contour map เปรียบเทียบ Zeiss Officelens (บน) กับ Sola Elan (ล่าง) · ภาพ: Evershine Optical

เมื่อเธอมารับแว่นคู่ใหม่ เธอประหลาดใจมากที่ทุกอย่างในระยะใกล้และหน้าจอคอมพิวเตอร์คมชัดขึ้นมาก (เทียบกับเลนส์คู่เดิม) ส่วนการมองไกล (ไกลกว่า 4 เมตร) เบลอเล็กน้อยแต่เธอยอมรับได้ ความกว้างของโซนอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 50% พร้อมความบิดเบี้ยวด้านข้างที่ลดลง ทำให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อใส่ Officelens เธอเหลือบมองทั้งโต๊ะทำงานและหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้อย่างสบายโดยไม่ต้องปรับท่าทางเลย

ตัวเลข "กว้างขึ้น 50%" ตรงนี้มาจากความรู้สึกของลูกค้าเอง ไม่ใช่การวัดด้วยเครื่องมือ ความรู้สึกว่าเลนส์กว้างขึ้นมากอาจได้รับอิทธิพลจากความไม่พอใจสะสมที่มีต่อเลนส์คู่เดิมด้วยเช่นกัน (Placebo-like effect) ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ แต่ทิศทางความรู้สึกนี้ก็ใกล้เคียงกับสิ่งที่ภาพ Contour Map แสดงไว้จริง คือโซนระยะกลางของเลนส์ Office กว้างกว่าเลนส์โปรเกรสซีฟมาตรฐานอย่างเห็นได้ชัด เพียงแต่ไม่ได้แปลว่าตัวเลขทางแสงจริงจะต่างกันถึง 50% เป๊ะๆ ผู้อ่านจึงควรเข้าใจว่าคำบอกเล่าความรู้สึกกับตัวเลขทางแสง (Optics) เป็นคนละเรื่องกัน แม้จะสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันก็ตาม

คุณสมบัติSola Elan (เดิม)Zeiss Officelens Superb (ใหม่)
ประเภทโปรเกรสซีฟทั่วไปโปรเกรสซีฟสำหรับออฟฟิศ
มองใกล้/คอมพิวเตอร์ไม่ชัด ต้องดันแว่นสูงขึ้นคมชัดมาก
ความกว้างโซนอ่านแคบกว่ากว้างขึ้นอย่างน้อย 50%
มองไกลชัดเจนเบลอเล็กน้อยแต่ยอมรับได้
💡

Sola Elan เป็นเลนส์โปรเกรสซีฟที่ไม่แย่เลย ถ้าฟิตติ้งอย่างถูกต้อง แต่ไม่เหมาะกับโปรไฟล์การใช้งานของลูกค้ารายนี้โดยเฉพาะ สาเหตุที่ลูกค้าคนนี้ใส่ไม่สบาย ไม่ใช่เพราะเลนส์ไม่ดีครับ แต่เป็นเพราะเธอได้เลนส์ที่ไม่เหมาะกับลักษณะงานของเธอ คุณคงไม่ใส่รองเท้าส้นสูงไปวิ่งจ๊อกกิ้งใช่ไหมครับ หลักการเดียวกันนี้ใช้ได้กับการเลือกเลนส์โปรเกรสซีฟเช่นกัน จากประสบการณ์ที่ทีมงานเคยเขียนไว้ก่อนหน้านี้ ถ้างานของคุณต้องใช้จอมากกว่าสองจอ โดยเฉพาะเมื่อมีทั้งจอโน้ตบุ๊กและจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะร่วมกัน เลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไปมักไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมนัก เพราะจุดอ่อนสำคัญของเลนส์ประเภทนี้คือโซนระยะกลางที่ค่อนข้างแคบ

บทเรียนสำคัญจากกรณีศึกษานี้คือ เลนส์โปรเกรสซีฟที่ดีในตัวมันเอง ไม่ได้แปลว่าจะเหมาะกับทุกคนหรือทุกไลฟ์สไตล์ การประเมินความต้องการใช้งานจริงก่อนเลือกเลนส์จึงสำคัญยิ่งกว่าคุณภาพหรือราคาของเลนส์เพียงอย่างเดียว

ที่ Optical X เราไม่ค่อยอยากอธิบายศัพท์เทคนิคยาวๆ ให้ลูกค้าฟังมากนัก เพราะการอธิบายเรื่องแบบนี้ให้เข้าใจแจ่มแจ้งด้วยคำพูดอย่างเดียว ก็ไม่ต่างอะไรกับการสอนแคลคูลัสให้ลูกค้าที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก เราจึงอยากให้ลูกค้าได้เห็นภาพจริงด้วยตัวเองมากกว่า การให้ลองเลนส์เดโมจึงเป็นวิธีที่ทำให้ลูกค้าเข้าใจได้ง่ายและตรงประเด็นที่สุดครับ

หากท่านใดอายุ 40 ปีขึ้นไป มีสายตายาวตามอายุ และรู้สึกว่าแว่นที่ใช้อยู่ยังไม่ตอบโจทย์การทำงานสักเท่าไร ทางเราขอเรียนเชิญมาทดลองเลนส์เดโม Zeiss Officelens ได้ที่ร้านนะครับ

✦ ✦ ✦

คำถามที่พบบ่อย

Q: ถ้าต้องดันแว่นขึ้นสูงตอนอ่านหนังสือ แปลว่าเลนส์มีปัญหาเสมอไปไหม?+
อันนี้ถือว่ามีปัญหาครับ เพราะการที่คุณต้องดันแว่นขึ้นไปเวลามองใกล้ แปลว่าคุณไม่สามารถใส่แว่นในตำแหน่งธรรมชาติของมันได้ ไม่ว่าสาเหตุจะมาจากตำแหน่งการฟิตติ้งของกรอบแว่นที่ไม่พอดี หรือเลนส์ที่ใช้ไม่ตรงกับความต้องการมองใกล้ของคุณก็ตาม ควรกลับไปให้ร้านที่ตัดแว่นตรวจสอบตำแหน่งฟิตติ้งก่อน หากยังไม่ดีขึ้นค่อยพิจารณาเปลี่ยนประเภทเลนส์
Q: เลนส์โปรเกรสซีฟสำหรับออฟฟิศแพงกว่าเลนส์ทั่วไปไหม?+
ตรงกันข้ามครับ โดยทั่วไปแล้วเลนส์ตระกูลออฟฟิศจะมีราคาถูกกว่าเลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไปประมาณหนึ่งในสาม โดยราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่คู่ละประมาณ 5,000 ถึง 10,000 บาท ราคาที่แท้จริงจะขึ้นอยู่กับแบรนด์และระดับเทคโนโลยีที่เลือกอีกที แต่สิ่งสำคัญกว่าราคาคือความคุ้มค่าในการใช้งานจริง หากคุณใช้เวลาส่วนใหญ่ในออฟฟิศ การลงทุนกับเลนส์ที่ตอบโจทย์ตรงจุดจะคุ้มค่ากว่าการซื้อเลนส์ทั่วไปที่ใส่แล้วไม่สบายตา

อ้างอิง: ZEISS Officelens, Official Product Page | ZEISS Corporate History (SOLA merger) | เรียบเรียงจาก Evershine Optical สิงคโปร์

นั่งคอมพิวเตอร์นาน มองใกล้ไม่ชัด? ลองเลนส์ Officelens ได้ที่ Optical X

จองคิวทดลองเลนส์เดโมที่ Optical X Vision Care Center
ตรวจวัดสายตาโดยผู้เชี่ยวชาญ Riverside Plaza ชั้น 2 กรุงเทพฯ เปิดทุกวัน 11:00–20:00