บทความนี้เรียบเรียงมาจาก Evershine Optical สิงคโปร์ครับ เลือกหยิบมาเล่าเป็นกรณีศึกษาเพราะมีภาพ Contour Plot ประกอบให้เราเรียนรู้ลักษณะของแต่ละโซนบนเลนส์ได้ชัดเจน

Zeiss Digital Lens และ Hoya Nulux Active (เดิมรู้จักในชื่อ Hoya Remark ในเอเชีย) เป็นเลนส์ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมการมองใกล้และป้องกันความล้าจากการจ้องวัตถุใกล้เป็นเวลานาน โดยเฉพาะโน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต และมือถือ เลนส์กลุ่มนี้ถูกเรียกว่า เลนส์ "Anti-Fatigue" หรือเลนส์ป้องกันตาล้า

การจ้องหน้าจอดิจิทัลเป็นเวลานานเป็นสาเหตุของอาการตาล้า
การจ้องหน้าจอโน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต และมือถือต่อเนื่องเป็นเวลานาน คือสาเหตุหลักของอาการตาล้าที่เลนส์ Anti-Fatigue ถูกออกแบบมาช่วยบรรเทา

ที่ร้าน Optical X เราฟิตติ้งเลนส์ Nikon Relaxsee Neo เป็นหลักครับ ซึ่งเลนส์ตัวนี้อยู่ในตระกูล Anti-Fatigue เดียวกันกับเลนส์ของแบรนด์อื่นๆ ได้แก่ Essilor Eyezen, Zeiss Digital Lens (ตระกูล Precision, Smartlife และ Light), Tokai Rest, Shamir Relax และ Hoya Remark (หรือ Nulux Active) แทบทุกค่ายต่างก็มีเลนส์ตระกูล Anti-Fatigue เป็นของตัวเองทั้งนั้น

เลนส์ Zeiss ตระกูล Smartlife และ Light สำหรับผู้ใช้งานหน้าจอดิจิทัล
เลนส์ตระกูล Anti-Fatigue ของ Zeiss ครอบคลุมทั้ง Precision, Smartlife และ Light

ส่วนตัวผมเองเคยทดลองทั้ง Nikon Relaxsee Neo และ Zeiss Digital Light 2D มาด้วยตัวเองครับ และชอบฝั่ง Zeiss มากกว่า อาจเป็นเพราะดวงตาของผมถูกโฉลกกับแบรนด์ Zeiss เป็นการส่วนตัวมากกว่ายี่ห้ออื่น ตั้งแต่ Zeiss เปิดตัวเลนส์ตระกูล Light ออกมา ผมรู้สึกว่าตาปรับตัวได้ดีไม่ต่างจากเลนส์รุ่นท็อปเลย แต่ต้องย้ำว่านี่เป็นเพียงคำตัดสินส่วนตัวของผมคนเดียวในฐานะเจ้าของร้าน (n=1) เมื่อ 7 ปีก่อนตอนลอง Nikon Relaxsee Neo ผมก็รู้สึกว่าดีอยู่แล้ว แต่พอได้ลอง Zeiss Light 2D กลับรู้สึกดีขึ้นไปอีกขั้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ Zeiss ใช้เทคโนโลยีที่ใหม่กว่า

Zeiss Digital Light 2 เลนส์ Anti-Fatigue สำหรับผู้ใช้งานหน้าจอดิจิทัล
Zeiss Digital Light 2 เลนส์ Anti-Fatigue รุ่นที่ผู้เขียนใช้เอง

มีอีกเรื่องที่น่าสนใจคือ พอผมกลับไปลองใส่เลนส์สายตาธรรมดา (Single Vision) อีกครั้ง กลับรู้สึกว่ามองใกล้ไม่สบายเท่าตอนใส่เลนส์ตระกูล Anti-Fatigue เลย นี่คือข้อเสียแอบแฝงที่ควรรู้ไว้ก่อนตัดสินใจ คือเมื่อร่างกายปรับตัวเข้ากับความสบายของเลนส์ Anti-Fatigue แล้ว การย้อนกลับไปใส่เลนส์แบบเดิมอาจจะไม่สบายเหมือนก่อนอีกต่อไป พูดง่ายๆ ว่า Once Anti-Fatigue, always Anti-Fatigue

เลนส์ Anti-Fatigue มีประโยชน์อย่างมากสำหรับกลุ่มคนต่อไปนี้:

  • 1
    คนที่ใกล้เข้าสู่วัยสายตายาวตามอายุ (35-40 ปี)
  • 2
    คนสายตายาว (Hyperopia)
  • 3
    คนที่มีกล้ามเนื้อโฟกัสอ่อนและรู้สึกตาล้าง่ายเมื่อมองใกล้
  • 4
    คนที่ทำงานใกล้เป็นจำนวนมาก เช่น นักบัญชี แพทย์ พนักงานออฟฟิศ ครู ที่ต้องจ้องสเปรดชีต โน้ตบุ๊ก และคอมพิวเตอร์ตลอดวัน
กลุ่มผู้ใหญ่วัยเริ่มมีอาการสายตายาวตามอายุที่ใช้งานหน้าจอดิจิทัลบ่อย
คนวัยเริ่มมีสายตายาวตามอายุที่ต้องใช้งานหน้าจอดิจิทัลเป็นประจำ คือกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเลนส์ Anti-Fatigue มากที่สุด

ที่ Evershine Optical ทีมงานฟิตติ้ง Hoya Nulux Active ไปแล้วเป็นจำนวนมากและได้ผลตอบรับที่ดีมาตลอด ข้อร้องเรียนเรื่องปรับตัวไม่ได้แทบไม่มีให้เห็น และหลายคนบอกว่ารู้สึกเหมือนใส่เลนส์สายตาธรรมดา (Single Vision) เลยด้วยซ้ำ กระนั้นก็อดสงสัยไม่ได้ว่า Zeiss Digital Lens จะให้ประสิทธิภาพต่างจาก Nulux Active มากน้อยแค่ไหน

จังหวะพอดีที่ลูกค้ารายหนึ่งซึ่งเพิ่งซื้อ Hoya Nulux Active ไปพึงพอใจมาก เมื่อเทียบกับเลนส์คู่เก่า (จำยี่ห้อไม่ได้แล้ว) ที่เคยใส่ เธอจึงอยากมีคู่ที่สองเพิ่ม ทีมงานเลยชวนให้เธอลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเป็น Zeiss Digital Lens ดูบ้าง

Contour map เปรียบเทียบ Zeiss Digital Lens และ Hoya Nulux Active
Contour map เปรียบเทียบ Zeiss Digital Lens และ Hoya Nulux Active · ภาพ: Evershine Optical

เมื่อวาง Contour map ของทั้งสองแบรนด์เทียบกัน ทีมงานถึงกับแปลกใจที่ Zeiss Digital Lens มีความบิดเบี้ยวน้อยกว่าอย่างชัดเจนบริเวณด้านข้าง โดยเฉพาะในโซนมองไกล เมื่อเทียบกับ Hoya Nulux Active

ภาพการมองเห็นที่ชัดเจนขึ้นจากเลนส์ Zeiss Digital Light 2
ความบิดเบี้ยวรอบขอบที่ต่ำกว่า ทำให้การมองเห็นโดยรวมรู้สึกชัดเจนและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ความประทับใจแรกของลูกค้าตอนสวมแว่นที่ใส่ Zeiss Digital Lens คือรู้สึกว่าการมองไกล "ชัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด" (น่าจะมาจากมุมมองที่กว้างกว่า) ส่วนการมองใกล้ก็ให้ผลไม่ต่างกัน แต่ต้องย้ำว่านี่เป็นเพียงความรู้สึกแรกเท่านั้น ต้องรอดูกันต่อไปว่าหลังใส่จริงไปสักพัก เธอจะยังคงความประทับใจนี้ไว้หรือไม่

"ความประทับใจแรก" เป็นคำเตือนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะความรู้สึกตอนแรกใส่มักได้รับอิทธิพลจากความแปลกใหม่และการเปรียบเทียบกับเลนส์คู่เดิมที่คุ้นเคยจนเบื่อไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนเราจะรู้สึกตื่นเต้นกับของใหม่ในช่วงแรก ก่อนที่ความรู้สึกจะเข้าที่เข้าทางในอีกไม่กี่สัปดาห์ถัดมา บทความต้นฉบับเองก็ไม่ได้ติดตามผลระยะยาวของเคสนี้ไว้ด้วยซ้ำ ดังนั้นข้อสรุปว่า Zeiss Digital Lens "ดีกว่า" Nulux Active จึงยังเร็วเกินไปที่จะฟันธง

คุณสมบัติZeiss Digital LensHoya Nulux Active
ความบิดเบี้ยวด้านข้าง (มองไกล)น้อยกว่ามากกว่า
ความประทับใจแรกด้านมองไกลชัดเจนกว่าปกติ
มองใกล้ดีดี
โค้ตติ้งกรองแสงสีฟ้าDuravision Blue ProtectBlue Control
ความรู้สึกเหมือนเลนส์ธรรมดายังไม่มีข้อมูลระยะยาวผู้ใส่ส่วนใหญ่รู้สึกเหมือน Single Vision
💡

ทั้ง Zeiss Digital Lens (Duravision Blue Protect) และ Hoya Nulux Active (Blue Control) มีตัวเลือกโค้ตติ้งกรองแสงสีฟ้าเพื่อลดปริมาณแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายจากอุปกรณ์ดิจิทัล หากคุณรู้สึกตาล้าอย่างต่อเนื่อง ทีมงานแนะนำให้มาตรวจสายตาเพื่อดูว่าการทำงานระยะใกล้เป็นสาเหตุหนึ่งหรือไม่

ต้องพูดตรงๆ ในมุมวิพากษ์สักหน่อยว่า "ประโยชน์ของโค้ตติ้งกรองแสงสีฟ้า" เป็นประเด็นที่ยังถกเถียงกันอยู่ในวงการจักษุวิทยา องค์กรวิชาชีพด้านจักษุวิทยาหลายแห่งในต่างประเทศเคยออกมาระบุว่ายังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่หนักแน่นพอจะยืนยันว่าโค้ตติ้งกรองแสงสีฟ้าช่วยลดอาการตาล้าได้จริงอย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุหลักของอาการตาล้าจากหน้าจอมักมาจากการโฟกัสระยะใกล้ต่อเนื่องนานเกินไปและการกะพริบตาน้อยลง มากกว่าตัวแสงสีฟ้าเอง โค้ตติ้งนี้จึงควรมองเป็น "ตัวเลือกเสริม" ที่อาจช่วยลดความระคายเคืองจากแสงจ้าได้บ้าง ไม่ใช่ "ทางแก้หลัก" ของปัญหาตาล้าอย่างที่การตลาดบางแห่งสื่อสาร

เลนส์ Anti-Fatigue แตกต่างจากเลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไปตรงที่มีค่ากำลังมองใกล้ (Add) ต่ำมาก มักไม่เกิน 0.75-1.00 ทำให้ผู้สวมใส่แทบไม่รู้สึกว่ากำลังใส่เลนส์หลายโฟกัสเลย เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มมีอาการตาล้าจากการมองใกล้แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องใช้เลนส์โปรเกรสซีฟเต็มรูปแบบ

เปรียบเทียบเลนส์ Anti-Fatigue กับเลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไป
เลนส์ Anti-Fatigue เป็นก้าวกลางระหว่างเลนส์สายตาเดี่ยวกับเลนส์โปรเกรสซีฟเต็มรูปแบบ
เทคโนโลยี ZEISS EasyFocus สำหรับผู้ใหญ่วัยเริ่มมีสายตายาว
เทคโนโลยี ZEISS EasyFocus ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับดวงตาที่เริ่มมีอาการสายตายาวตามอายุโดยเฉพาะ
🔬

อัปเดตข้อมูลจากเว็บไซต์ Zeiss ล่าสุด — ปัจจุบัน Zeiss จัดกลุ่มเลนส์ Anti-Fatigue ภายใต้ชื่อ Zeiss Digital Light 2 แบ่งเป็น 2 ระดับคือ 2 3D และ 2 3Dve ค่า Add คงที่เพียง +0.50 หรือ +1.00 เหมาะกับผู้ใหญ่อายุ 35 ปีขึ้นไปที่เริ่มมีอาการตาล้าหรือมองใกล้เบลอ ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยใส่เลนส์หรือใส่เลนส์สายตาเดี่ยว (Single Vision) มาก่อน เลนส์กลุ่มนี้ใช้เทคโนโลยี ZEISS EasyFocus ซึ่งคำนวณจากมุมเอียงของดวงตา ค่ากำลังเลนส์ และการมองแบบสองตา (Binocular Vision) เพื่อลดความบิดเบี้ยวรอบขอบเลนส์ จากผลสำรวจความพึงพอใจของ Zeiss เองในประเทศอินเดีย (กลุ่มตัวอย่าง 195 คน) พบว่า 96% รู้สึกว่าการมองเห็นเป็นธรรมชาติ 68% ปรับตัวได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง และ 92% พึงพอใจกับความคุ้มค่า ตัวเลขเหล่านี้มาจากแบบสำรวจของแบรนด์เอง จึงควรอ่านเป็นข้อมูลอ้างอิงประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่ผลการทดสอบอิสระ

การมองเห็นเป็นธรรมชาติและปรับตัวง่ายกับเลนส์ Zeiss Digital Light 2
ผลสำรวจของ Zeiss ระบุว่าผู้ใส่ส่วนใหญ่ปรับตัวได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงแรก
เลนส์ Zeiss Digital Light 2 เหมาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มใส่แว่นครั้งแรก
ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยใส่เลนส์หรือใส่เลนส์สายตาเดี่ยวมาก่อนโดยเฉพาะ

บอกตามตรงเลยครับว่าเลนส์ตัวนี้ช่วยแก้อาการปวดหัวของผมได้ดีมาก ถ้าคุณมีอาการแบบนี้อยู่บ้าง:

  • 1
    ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ แล้วภาพเริ่มเบลอ เหมือนรวมโฟกัสไม่ค่อยได้
  • 2
    รู้สึกตึงๆ บริเวณขมับหลังทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  • 3
    รู้สึกเมื่อยล้าตามากเป็นพิเศษช่วงหลังบ่ายสามโมงไปแล้ว

ผมกล้าพูดเลยว่าเลนส์ตระกูล Anti-Fatigue อาจช่วยแก้ปัญหาของคุณได้เช่นกันครับ ที่ร้าน Optical X เรามีเลนส์ตระกูล Anti-Fatigue ให้ทดลองอยู่ 2 ยี่ห้อคือ Nikon Relaxsee Neo กับ Essilor Eyezen สนใจเข้ามาทดลองได้เลยครับ แค่นัดหมายเข้ามา พวกเราจัดให้ — Better Call Optical X

คำมั่นสัญญาของทีมงาน Optical X ในการดูแลลูกค้า
ทีมงาน Optical X พร้อมให้คำปรึกษาและจัดเลนส์เดโมให้ทดลองก่อนตัดสินใจเสมอ
✦ ✦ ✦

คำถามที่พบบ่อย

Q: เลนส์ Anti-Fatigue ต่างจากเลนส์โปรเกรสซีฟทั่วไปอย่างไร?+
เลนส์ Anti-Fatigue มีค่ากำลังมองใกล้ต่ำกว่ามาก (มักไม่เกิน 1.00) และการเปลี่ยนกำลังจากบนลงล่างค่อยเป็นค่อยไปมาก ทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกเหมือนใส่เลนส์สายตาธรรมดา เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีอาการตาล้าจากงานใกล้แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องพึ่งเลนส์โปรเกรสซีฟแบบเต็มโฟกัส
Q: เลนส์กรองแสงสีฟ้าจำเป็นแค่ไหนสำหรับคนที่ใช้จอทั้งวัน?+
เลนส์กรองแสงสีฟ้าช่วยลดการระคายเคืองจากแสงหน้าจอได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุของอาการตาล้าซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อตาที่ต้องโฟกัสระยะใกล้นานเกินไป การใช้เลนส์ Anti-Fatigue ร่วมกับโค้ตติ้งกรองแสงสีฟ้าและพักสายตาสม่ำเสมอจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

อ้างอิง: ZEISS Digital Lens / Digital Light 2, Official Product Page | HOYA Nulux Active, Official Product Page | เรียบเรียงจาก Evershine Optical สิงคโปร์

ปวดตา ล้าตาหลังใช้คอมพิวเตอร์นานๆ? ลองเลนส์ Anti-Fatigue ที่ Optical X

จองคิวทดลองเลนส์เดโมที่ Optical X Vision Care Center
ตรวจวัดสายตาโดยผู้เชี่ยวชาญ Riverside Plaza ชั้น 2 กรุงเทพฯ เปิดทุกวัน 11:00–20:00