Myopia Control ไม่จำเป็นต้องทำที่โรงพยาบาลใหญ่เท่านั้น — คลินิกสายตาหรือร้านแว่นตาที่มีทัศนมาตรเฉพาะทางและนำเข้าเลนส์หรืออุปกรณ์ Myopia Control โดยตรง เช่น เลนส์ MiYOSMART หรือคอนแทคเลนส์ Ortho-K ก็สามารถให้บริการตรวจติดตามผลได้เช่นกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีทัศนมาตรที่มีประสบการณ์ติดตามผลระยะยาวเป็นประจำ ไม่ใช่แค่ขายเลนส์หรือยาให้แล้วจบ คำถามที่คนไทยถามกันบ่อยในกระทู้ Pantip คือ "Myopia Control ต่างจากตัดแว่นธรรมดายังไง" และ "MiYOSMART กับ Ortho-K กับ Atropine เลือกแบบไหนดี" บทความนี้จะตอบทั้งสองคำถามพร้อมเกณฑ์เลือกคลินิกจากทีมทัศนมาตรของ Optical X Vision Care Center

"แว่นธรรมดาแก้ปัญหาวันนี้ ส่วน Myopia Control ดูแลอนาคตของดวงตาลูกในอีก 10-20 ปีข้างหน้า"

เด็กสวมแว่นเลนส์ MiYOSMART ที่ออกแบบมาเพื่อชะลอการเพิ่มขึ้นของสายตาสั้น
เลนส์ MiYOSMART หนึ่งในเทคโนโลยี Myopia Control ที่ใช้กันแพร่หลายในเด็ก

Myopia Control ต่างจากตัดแว่นธรรมดาตรงไหน

แว่นสายตาธรรมดามีหน้าที่เดียวคือแก้ไขให้มองเห็นชัดในขณะนั้น ไม่มีผลต่อการเพิ่มขึ้นของค่าสายตาในอนาคต ส่วน Myopia Control คือกลุ่มวิธีที่ออกแบบมาเพื่อชะลอการยืดตัวของลูกตาโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สายตาสั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในเด็ก วิธีที่นิยมใช้ในปัจจุบันมี 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ เลนส์แว่นที่มีโซน Defocus รอบขอบ คอนแทคเลนส์ Ortho-K ที่ปรับความโค้งกระจกตาตอนนอน และยาหยอด Atropine ความเข้มข้นต่ำ ทั้งหมดนี้ต้องมีการตรวจติดตามผลอย่างต่อเนื่องทุก 3-6 เดือน ต่างจากแว่นธรรมดาที่ตรวจซ้ำแค่ปีละครั้งก็เพียงพอ

มุมมองจากเจ้าของร้าน

เลนส์ควบคุมสายตาสั้นในเด็กเป็นเทคโนโลยีที่เพิ่งออกมาไม่นาน แต่ได้ผลดีมากเลยครับ จากเคสของที่ร้านมีน้องคนหนึ่งสายตาสั้นอยู่ประมาณ 200 ตอนอายุ 9 ขวบ หลังจากผ่านไป 3 ปี ถ้าใช้เลนส์สายตาปกติทั่วไป สายตาอาจขึ้นไปถึง 300 หรือ 400 ได้เลยถ้าเป็นเด็กที่สายตาโตไว แต่น้องคนนี้สายตาสั้นเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 25 เท่านั้น จาก 200 เป็น 225 ครับ ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ดีมากๆ ทั้งนี้นี่เป็นเพียงตัวอย่างเคสหนึ่งจากคนไข้ของร้าน ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่รับประกันว่าทุกคนจะได้ผลเหมือนกันนะครับ ผลลัพธ์จริงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม พฤติกรรมการใช้สายตา และวินัยในการใส่แว่น ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะรายเพื่อประเมินความเหมาะสมของแต่ละคน

ส่วนตัวผมเองสายตาสั้นอยู่ที่ -500 ใส่แว่นครั้งแรกตอนอายุ 13 ปีครับ ซึ่งเป็นช่วงที่ยังไม่มีเทคโนโลยีเลนส์ควบคุมสายตาแบบนี้ให้ใช้ เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ของเคสน้องที่ร้านแล้ว ผมเชื่อว่าถ้าตอนนั้นมีเลนส์ชนิดนี้ให้ใช้ตั้งแต่เด็ก สายตาของผมอาจจะเพิ่มขึ้นน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของที่เป็นอยู่ในปัจจุบันครับ นี่คือเหตุผลที่ผมเชื่อในเทคโนโลยีนี้จริงๆ และอยากแนะนำให้พ่อแม่ที่มีลูกเริ่มมีสายตาสั้นได้พิจารณาตั้งแต่เนิ่นๆ ในบรรดาวิธี Myopia Control ที่มี ผมมองว่าการใช้เลนส์แว่นสะดวกและง่ายที่สุด เพราะไม่ต้องดูแลความสะอาดหรือใช้เทคนิคอะไรมาก ต่างจากวิธีอื่นที่อาจต้องใช้ความซับซ้อนและผู้เชี่ยวชาญมากกว่า รวมถึงมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้วยครับ

เทียบ 3 วิธี Myopia Control ที่ทำได้จริงในกรุงเทพ

แต่ละวิธีมีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกัน การเลือกขึ้นอยู่กับอายุ ไลฟ์สไตล์ และความร่วมมือของเด็กเป็นหลัก

วิธี ลักษณะการใช้งาน เหมาะกับใคร
เลนส์แว่น MiYOSMART สวมใส่เหมือนแว่นทั่วไป มีโซน Defocus รอบเลนส์ เด็กที่ยังไม่พร้อมใส่คอนแทคเลนส์
คอนแทคเลนส์ Ortho-K ใส่ตอนนอน ถอดตอนเช้า มองชัดทั้งวันไม่ต้องใส่แว่น เด็กที่เล่นกีฬาหรือกิจกรรมกลางแจ้งบ่อย
ยาหยอด Atropine หยอดตาก่อนนอนตามที่กำหนด มักใช้ร่วมกับวิธีอื่น เด็กที่ต้องการวิธีเสริมร่วมกับแว่นหรือคอนแทคเลนส์
⚠️

ข้อควรระวัง: Myopia Control ทุกวิธีต้องมีการตรวจติดตามผลอย่างสม่ำเสมอเพื่อวัดว่าชะลอได้ตามเป้าหมายจริงหรือไม่ หากคลินิกหรือร้านใดขายเลนส์หรือยาให้โดยไม่มีระบบนัดติดตามผลต่อเนื่อง ควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ เพราะผลลัพธ์ของแต่ละคนไม่เท่ากันและต้องปรับแผนตามการตอบสนอง

มุมมองจากเจ้าของร้าน

ข้อจำกัดของเลนส์ประเภทนี้คือช่างแว่นต้องมีความสามารถในการวัดจุด fitting center ให้ตรงเท่าที่จะทำได้ครับ จุดศูนย์กลางของเลนส์ควรอยู่ตรงกลางตาดำของน้องตลอดเวลา และต้องได้รับความร่วมมือจากคุณพ่อคุณแม่ด้วย เพราะเด็กๆ มักชอบใส่แว่นไหลหรือหลุดลงมาเป็นประจำครับ

จากที่ผมสังเกตมาหลายร้อยเคส หลังจากรับแว่นไปแล้ว ช่างแว่นจะต้องอธิบายให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจตำแหน่งที่ถูกต้องของการใส่แว่นด้วยครับ เพราะถ้าใส่ไม่ถูกตำแหน่ง ประสิทธิภาพของเลนส์อาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญเลยทีเดียวครับ

เด็กสวมแว่นสายตาขณะนั่งเรียนกับคุณครู สัญญาณที่พ่อแม่ควรสังเกตเรื่องสายตาสั้น
สังเกตพฤติกรรมการมองของลูกที่โรงเรียนหรือระหว่างทำการบ้าน เป็นสัญญาณเบื้องต้นของสายตาสั้น

ทำ Myopia Control แล้วต้องติดตามผลบ่อยแค่ไหน

โดยทั่วไปควรติดตามผลทุก 3-6 เดือนเพื่อวัดความยาวลูกตาและค่าสายตาว่าชะลอได้ตามเป้าหมายหรือไม่ ส่วนราคาแตกต่างกันมากตามวิธีที่เลือกและยี่ห้อเลนส์ ตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นต่อปี ควรสอบถามราคาที่รวมค่าติดตามผลระยะยาวด้วย ไม่ใช่ดูแค่ค่าเลนส์หรือค่ายาครั้งแรกครั้งเดียว เพราะค่าใช้จ่ายในปีต่อๆ ไปอาจแตกต่างจากปีแรกที่มักมีแพ็กเกจเริ่มต้น

เลือกคลินิกหรือร้านที่ทำ Myopia Control อย่างไรให้มั่นใจ

สิ่งที่ควรถามก่อนตัดสินใจคือ ทัศนมาตรมีประสบการณ์ดูแลเคส Myopia Control มากี่ปี มีระบบนัดติดตามผลเป็นประจำหรือไม่ วัดความยาวลูกตาด้วยเครื่องมือเฉพาะทางหรือไม่ (ไม่ใช่แค่วัดค่าสายตาอย่างเดียว) และอธิบายผลลัพธ์ที่คาดหวังได้อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ ร้านหรือคลินิกที่ให้ความสำคัญกับการติดตามผลระยะยาวมักให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าร้านที่เน้นขายเลนส์หรือยาเพียงอย่างเดียว

✦ ✦ ✦

คำถามที่พบบ่อย

Q: Myopia Control ที่ไหนทำได้บ้าง ต้องไปโรงพยาบาลใหญ่เท่านั้นไหม? +
ไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาลใหญ่เสมอไปค่ะ ร้านแว่นตาหรือคลินิกสายตาที่มีทัศนมาตรเฉพาะทางและนำเข้าเลนส์หรืออุปกรณ์ Myopia Control โดยตรง (เช่น เลนส์ MiYOSMART หรือคอนแทคเลนส์ Ortho-K) ก็สามารถให้บริการตรวจติดตามและดูแลได้ สิ่งสำคัญคือต้องมีทัศนมาตรที่มีประสบการณ์ติดตามผลระยะยาวเป็นประจำ ไม่ใช่แค่ขายเลนส์แล้วจบ
Q: Myopia Control ต่างจากตัดแว่นธรรมดายังไง? +
แว่นธรรมดามีหน้าที่แก้ไขให้มองชัดเท่านั้นค่ะ ไม่ได้ชะลอการเพิ่มขึ้นของค่าสายตา ส่วน Myopia Control คือกลุ่มวิธีที่ออกแบบมาเพื่อชะลอการยืดตัวของลูกตาโดยเฉพาะ เช่น เลนส์แว่นที่มีโซน Defocus รอบขอบ คอนแทคเลนส์ Ortho-K ที่ปรับความโค้งกระจกตาตอนนอน หรือยาหยอด Atropine ความเข้มข้นต่ำ ซึ่งทั้งหมดต้องมีการตรวจติดตามผลอย่างต่อเนื่องทุก 3-6 เดือน
Q: MiYOSMART กับ Ortho-K กับ Atropine ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดี? +
MiYOSMART เป็นเลนส์แว่นสวมใส่เหมือนแว่นทั่วไปค่ะ เหมาะกับเด็กที่ยังไม่พร้อมใส่คอนแทคเลนส์ Ortho-K เป็นคอนแทคเลนส์แข็งที่ใส่ตอนนอนแล้วถอดตอนเช้า เหมาะกับเด็กที่อยากมองชัดโดยไม่ต้องใส่แว่นตอนกลางวันเช่นเล่นกีฬา ส่วน Atropine เป็นยาหยอดตาที่มักใช้ร่วมกับวิธีอื่น การเลือกขึ้นอยู่กับอายุ ไลฟ์สไตล์ และความร่วมมือของเด็ก ควรปรึกษาทัศนมาตรเพื่อประเมินเป็นรายบุคคล
Q: ทำ Myopia Control แล้วต้องติดตามผลบ่อยแค่ไหน ราคาประมาณเท่าไหร่? +
โดยทั่วไปควรติดตามผลทุก 3-6 เดือนค่ะ เพื่อวัดความยาวลูกตาและค่าสายตาว่าชะลอได้ตามเป้าหมายหรือไม่ ส่วนราคาแตกต่างกันมากตามวิธีที่เลือกและยี่ห้อเลนส์ ตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นต่อปี ควรสอบถามราคาที่รวมค่าติดตามผลระยะยาวด้วย ไม่ใช่ดูแค่ค่าเลนส์หรือค่ายาครั้งแรกครั้งเดียว
บรรยากาศภายในร้าน Optical X Vision Care Center พื้นที่ให้คำปรึกษา Myopia Control
บรรยากาศภายในร้าน Optical X Vision Care Center ที่ Riverside Plaza ชั้น 2

Optical X ตอบโจทย์ Myopia Control อย่างไร

Optical X Vision Care Center ที่ Riverside Plaza ชั้น 2 มีทัศนมาตรเฉพาะทางที่ตรวจติดตามผล Myopia Control อย่างต่อเนื่อง พร้อมเลนส์ MiYOSMART และให้คำปรึกษาเปรียบเทียบทางเลือกตามอายุและไลฟ์สไตล์ของเด็กแต่ละคน ทีมงานอธิบายทุกขั้นตอนของการติดตามผล ทั้งความถี่ในการนัดตรวจและค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในระยะยาว เพื่อให้พ่อแม่ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนเริ่มโปรแกรม หากกำลังพิจารณาว่าลูกควรเริ่ม Myopia Control หรือยัง สามารถพามาตรวจประเมินเบื้องต้นได้